[Travel]ทิ้งหัวใจไว้ที่หางโจว
posted on 16 Feb 2007 01:35 by serene in Travel
โปรแกรมที่เลื่อนการอัพมาเกือบจะสองเดือนได้ แหะๆ ไปเที่ยวตั้งแต่วันที่ 15-17 ธค.ปีก่อน เพิ่งจะได้อัพเอาป่านนี้ เพราะตอนโน้นเน็ตจีนป่วงอย่างสุดติง เลยดองยาวมาจนป่านนี้ อัพเสียให้ครบทริป เทอมหน้าจะได้อัพทริปใหม่ต่อ *ฮา
(แปลว่าเทอมหน้ายังมีโปรแกรมเที่ยวอีกแหงๆ จ๊ะ หุหุ อย่างน้อยก็ซีอานล่ะนะ ไปดูสุสานจิ๋นซี อ๊างงงงง จักรพรรดิ์คนโปรดของอิชั้น
)
ทริปนี้เป็นทริปต่อเนื่องจากซูโจว คือวันแรกไปเที่ยวซูโจว ตกเย็นก็นั่งรถต่อไปที่หางโจว ไปนอนหางโจว 2 คืน ก่อนจะกลับนานกิง รายละเอียดยิบๆ ลืมไปซะแยะแล้ว คงอัพแค่พวกรูปและอะไรเด่นๆ นิดหน่อยพอ (ทำได้หรอ? ได้ข่าวว่ารูปเพียบบบบบบ >///<)
เช้าวันที่ 16 ตื่นมาแบบสบักสบอมเล็กน้อย เพราะวันก่อนหน้าแบกเป้เที่ยวซูโจวทั้งวัน อาบน้ำหาไรกินรองท้องเสร็จก็ไป 雷峰塔(เล่ยเฟิ่งถ่า)




เจดีย์ขึ้นชื่อของหางโจว เป็นเจดีย์ที่นางพญางูขาวถูกจับขังหลังจากไปอาละวาดวัดที่สามีตัวเองหนีไปหลบซ่อนตัวอ่ะ ถ้าเคยดูละครนางพญางูขาวก็คงจะคุ้นๆ แล้วชิมิ?


ไฮโซพอดูที่นี่สมราคาค่าบัตรที่แพงทีเดียว ด้านหน้ามีบันไดเลื่อนขึ้นไปสู่เจดีย์ ไม่พอ ยังมีลิฟท์อีก เรียกว่าอำนวยความสะดวกสุดฤทธิ์

รูปปั้นฉากแรกที่นางพญางูขาวพบกับซูเซียน



เมเปิ้ลแดง ชอบบบบบบบบบบบบบ อยากให้แดงไปทั้งหมดเลยจัง แต่แค่นี้ก็ยังดีอ่ะ 5555


แต่เจดีย์ที่เห็นอยู่นั้นเป็นเจดีย์ที่สร้างขึ้นใหม่ภายหลัง โดนสร้างครอบซากเจดีย์เก่าไว้

ชอบประตูทางออกสู่ระเบียงชมวิวรอบเจดีย์อ่ะ

วิวจากข้างบนเค่อะ ย้อนแสงนิโหน่ยเพราะเป็นช่วงสายๆ อ่ะแม่น้ำที่เห็นอยู่ด้านหลังคือทะเลสาปซีหูด้านนึงอ่ะ ทะเลสาปซีหูเป็นทะเลสาปที่อยู่กลางเมืองหางโจว กินบริเวณกว้างมาก และเป็น scenic point ของเมืองเลย

รอบๆ เจดีย์ทุกชั้นด้านใน จะมีภาพแกะสลักเป็นเรื่องราวในเรื่องนางพญางูขาว แกะใหญ่มากและสวยมากๆ ดูอ่อนช้อย กลีบผ้า ดอกไม้ ฯลฯ สวยมากๆ
ออกจากเล่ยเฟิ่งถ่า ก็ข้ามไปฝั่งตรงข้าม


มีวัดชื่ออะไรข้าเจ้าก็ลืมละ แหะๆ ขี้เกียจไปเปิดหนังสือนำเที่ยวหาอ่ะ

เป็นที่สวดมนต์ของพระในวัด ตอนไปถึงสักแปป ก็มีพระมายืนสวด

เพื่อนเห็นเลยวิ่งเข้าไปขอท่านถ่ายด้วย เพราะชุดไม่เหมือนคนอื่นๆ ในวัด พวกเณรในวัดจะใส่ชุดสีเหลืองๆ

มังกรหินแกะสลักบนพื้น ระหว่างบันไดสองฝั่ง

ที่ชอบสุดในวัดนี้ก็คือ ประตู แหะๆ สีสดสวยดีเหลือเกิน ชอบ
ออกจากวัดนี้ก็ไปเดินเที่ยวที่ถนนซึ่งเป็นแหล่งชอปปิ้ง ขายของจำพวกของที่ระลึกและอื่นๆ


ตลอดสองข้างทางเป็นร้านขายของหมด มีทั้งพวกของที่ระลึกพู่กันยักษ์ ชา ร้านขายยา เครื่องประดับ บลาบลา ร้านจะเป็นสไตล์จีนโบราณๆคล้ายกันทั้งถนน



ร้านน้ำชาเค่อะ เหมือนโรงเตี๊ยมในหนังจีนมะ?



วินโดว์ดิสเพลย์ก็แต่งกันสุดฤทธิ์ เพราะใกล้คริสต์มาสและปีใหม่ด้วย ชอบบ ^O^

ร้านขายยาเค่อะ ด้านในเหมือนร้านขายยาสมุนไพรในหนังจีนกำลังภายในอ่ะ มีตู้โตๆ ที่มีลิ้นชักเล็กๆ เป็นสิบๆ ใส่พวกยาทั้งหลายแหล



ซุ้มไว้ให้นั่งพักขาเค่อะ

ขายพู่กัน มีสารพัดไซส์เลยทีเดียว สังเกตอันที่ห้อยอยู่ด้านข้าง มโหฬารมาก นึกภาพตอนใช้ไม่ออกเลยว่าต้องใช้แรงขนาดไหนกว่าจะลากออกมาเป็นตัวได้

อันนี้ถูกใจมากก โมบายที่ใช้ช้อนไม้ทาสีห้อย แขวนเป็นแผงเลย แอบไปยืนถ่ายกันใหญ่ อิอิ

เกี้ยวเจ้าสาว ข้างๆ ยังมีร้านให้เช่าชุดจีนๆ ใส่เพื่อถ่ายรูปด้วย *ฮา


เด็กน้อยที่ไปเจอวิ่งเล่นอยู่กับพ่อ เลยแอบขอถ่ายด้วย น้องน่าร้ากกกกกกกกก ผู้ชายฮับ แก้มน่าฟัดน่าหยิกมากๆ ไล่จับกันนานเทียวกว่าจะจับน้องให้อยู่นิ่งๆ ถ่ายรูปได้


สุดถนน มีแม็คอยู่ร้าน ชอบแม็คสาขานี้มากกกกกกกกกกกกกกก นอกจากหน้าร้านจะมีแมสค้อตให้นั่งถ่ายรูปเล่นแล้ว ข้างในร้านยังแต่งสวย ถูกใจข้าเจ้าอย่างแรง ดูข้างในแล้วไม่คิดว่าจะเป็นแม็คเลย ให้ตาย

นี่คือป้ายรถเมล์เจ้าคะ สมเป็นเมืองท่องเที่ยวดีแท้ ไฮโซ ไฮเทคสุดๆ ป้ายบอกสายรถและเวลาที่รถคันต่อไปจะมา ที่ซูโจวจะเป็นป้ายไม้ และเพิงไม้ ให้อารมณ์สมเป็นเมืองเก่า แต่ที่นี่ไฮเทคสมเป็นเมืองท่องเที่ยว 555
รูปอาจไม่ค่อยเรียงวันนัก เพราะวันแรกก็วิ่งไปหลายที่ จากเล่ยเฟิ่งถ่า ไปวัด ไปเดินริมซีหูฝั่งนึง ก่อนจะไปเดินถนนที่ขายของนั่นแล้วอื่นๆ อีก




สามสี่รูปนี้เป็นของอีกวัน แต่เอาใส่ก่อน แล้วค่อยอัพรูปริมทะเลสาปซีหูไว้ด้วยกันเลย เพราะแยกไม่ออกแล้ว แยะจัดบางที่ไม่ได้แปะให้ดู เพราะไปเน้นหนักกับซีหู เหอๆ

แปะหน่อย ต้นคริสต์มาสหน้าห้าง ถ่ายตอนกลางคืนตอนแวะไปหาข้าวเย็นกิน

ตอนบ่ายวันแรกแวะไปกินสตาร์บัคริมทะเลสาปซีหู สตาร์บัคร้านนี้น่ารักและน่านั่งมากกกกกก แต่งสวยรับคริสต์มาส และยังมีนั่งกลางแจ้งชมวิวริมซีหู


ต้นคริสต์มาสหน้าสตาร์บัค

ของโชว์ในสตาร์บัค น่าจะเป็นขนมอ่ะ น่ารักมากๆ แอบอยากได้ 555 เขาไม่ได้ถ่ายแต่ข้าเจ้ากดไปก่อนที่เขาจะเตือนแล้ว แหะๆ ช่วยไม่ได้เค่อะ
ต่อไปก็วิวริมทะเลสาปซีหู ที่ทำเอาข้าเจ้าติดอกติดใจนักหนา

ไปแย่งคิวกับคนอื่นเพื่อถ่ายกับหินที่เขียนชื่อทะเลสาปนี้ เท่าที่เดินรอบๆ ทะเลสาปนี่ รู้สึกจะมีหลายจุดอยู่

ผังเมืองหางโจวเก่า สลักอยู่บนพื้น มีคนไปเดินดูเล่นแยะเทียว

น่านั่งกินลมชมวิวเน้อ





เห็นพี่คนนึงบอกว่าชื่อดอกมิคกี้เม้าส์ น่าร้ากกกกกก ชอบๆ ใจกลางที่สีเข้มๆ ดูเหมือนมิคกี้เม้าส์จริงๆ ด้วย 555

รูปที่แสงมืดหน่อยแปลว่าถ่ายบ่ายวันแรกนะเค่อะ ลมแรงมากกกกก


รูปที่มักจะเห็นเสมอ ถ้าพูดถึงหางโจว ถ้าเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิ ดอกบัวจะบานสะพรั่ง สีชมพูตัดกับใบสีเขียวสวยมากๆ (เคยเห็นจากรูปที่เพื่อนถ่ายมาเค่อะ) เสียดายที่ข้าเจ้ามาตอนเข้าหน้าหนาวแล้ว เลยเห็นแต่ซากบัว โฮๆๆ แต่ไม่เป็นไร ถ้าข้าเจ้าย้ายไปเรียนโทที่หางโจวก็คงได้เห็นแน่ๆ ล่ะ



ต้นหลิวริมทะเลสาปโดนลมตีซะ

ลายพื้นถนนริมซีหู
ที่เหลือเป็นรูปของอีกวันที่แวะไปเดินเล่นรอบซีหูอีกฝั่งนึง








บนสะพานที่ตัดพาดซีหู น่าเดินเล่นมากถนนสายนี้ ต้องเรียกถนนเพราะยาวมากทีเดียว และกว้างใช้ได้เลย ระหว่างทางมีเก้าอี้ให้นั่งพักเพียบ มีคนมาถีบจักรยานเล่น มาเดินชมวิวกับแฟน โอย สารพัด







เช่าไปนั่งเล่นชมวิวกลางทะเลสาปได้เค่อะ ไม่ก็นั่งไป 3 เกาะเล็กกลางทะเลสาป อ่านจากโบชัวร์ว่าเมีห้าง มีอะไรๆ บนนั้นอ่ะ แต่ข้าเจ้าไม่ได้ไปเพราะกลัวงบไม่พอบวกกับพี่ที่รู้จัก(เรียนที่หางโจว)บอกที่นั่นก็ไม่มีไรมาก เลยตัดสินใจไม่ไป

วันที่ไปเดินเล่น เจอคู่แต่งงานหลายคู่เลย คิดว่าถ้าไม่ไปจัดงานแต่งบน 3 เกาะเล็กกลางทะเลสาป ก็คงเช่าเรือล่องซีหูจัดงานเลี้ยงกันอ่ะ แอบฮานิดๆ ตรงเจ้าสาวแต่งซะสวยเลยนะ ชุดขาวมั่ง ชมพูมั่ง แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องรองเท้าแดง ฮ่วยบางคนก็ดำ แต่ดั๊นเป็นบู้ทดำ ไม่ได้เข้ากันเล้ยย ให้ตาย

บัสนั่งชมวิวและไปตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ริมซีหู
ยังมีรูปที่แยะมาก แต่ตัดออกไปเพราะขืนอัพหมดคงกระอัก 555 นี่ขนาดเบาะๆ ยังล่อไปแปดสิบกว่ารูปแล้ว >///<
ที่ตั้งชื่อทริปนี้ว่า "ทิ้งหัวใจไว้ที่หางโจว" ก็เพราะไปเที่ยวหนนี้เลยทำให้กราฟอยากย้ายมาเรียนโทที่หางโจวพุ่งสูงขึ้นจมเลย นอกเหนือไปจากเหตุผลที่ว่าม.ที่นี่เรียนแค่ 2 ปี และเมืองหางโจวเป็นเมืองที่ไม่พลุ่กพล่านวุ่นวายเท่าเซี่ยงไฮ้ แต่ก็ไม่เงียบสงบจนเงียบเหงาเท่านานกิง เป็นครึ่งทางอ่ะ ทั้งสวยและเจริญ น่าอยู่ทีเดียวเท่าที่เห็นในสองวันนี้ และคำรับรองจากปากผู้ที่เคยอยู่มาก่อนทั้งสองเมือง
เหอๆ จากที่ไปเที่ยวมาทำให้ข้าเจ้าหลงรักเมืองนี้นิดๆ เลยล่ะ แต่ถ้าไปอยู่นานๆ เข้าก็คงมิพ้นต้องเบื่ออีกแน่นอน เพียงแต่อาจจะใช้เวลานานกว่านานกิงก็ได้กระมัง หุหุ
(แปลว่าเทอมหน้ายังมีโปรแกรมเที่ยวอีกแหงๆ จ๊ะ หุหุ อย่างน้อยก็ซีอานล่ะนะ ไปดูสุสานจิ๋นซี อ๊างงงงง จักรพรรดิ์คนโปรดของอิชั้น
ทริปนี้เป็นทริปต่อเนื่องจากซูโจว คือวันแรกไปเที่ยวซูโจว ตกเย็นก็นั่งรถต่อไปที่หางโจว ไปนอนหางโจว 2 คืน ก่อนจะกลับนานกิง รายละเอียดยิบๆ ลืมไปซะแยะแล้ว คงอัพแค่พวกรูปและอะไรเด่นๆ นิดหน่อยพอ (ทำได้หรอ? ได้ข่าวว่ารูปเพียบบบบบบ >///<)
เช้าวันที่ 16 ตื่นมาแบบสบักสบอมเล็กน้อย เพราะวันก่อนหน้าแบกเป้เที่ยวซูโจวทั้งวัน อาบน้ำหาไรกินรองท้องเสร็จก็ไป 雷峰塔(เล่ยเฟิ่งถ่า)




เจดีย์ขึ้นชื่อของหางโจว เป็นเจดีย์ที่นางพญางูขาวถูกจับขังหลังจากไปอาละวาดวัดที่สามีตัวเองหนีไปหลบซ่อนตัวอ่ะ ถ้าเคยดูละครนางพญางูขาวก็คงจะคุ้นๆ แล้วชิมิ?


ไฮโซพอดูที่นี่สมราคาค่าบัตรที่แพงทีเดียว ด้านหน้ามีบันไดเลื่อนขึ้นไปสู่เจดีย์ ไม่พอ ยังมีลิฟท์อีก เรียกว่าอำนวยความสะดวกสุดฤทธิ์

รูปปั้นฉากแรกที่นางพญางูขาวพบกับซูเซียน



เมเปิ้ลแดง ชอบบบบบบบบบบบบบ อยากให้แดงไปทั้งหมดเลยจัง แต่แค่นี้ก็ยังดีอ่ะ 5555


แต่เจดีย์ที่เห็นอยู่นั้นเป็นเจดีย์ที่สร้างขึ้นใหม่ภายหลัง โดนสร้างครอบซากเจดีย์เก่าไว้

ชอบประตูทางออกสู่ระเบียงชมวิวรอบเจดีย์อ่ะ

วิวจากข้างบนเค่อะ ย้อนแสงนิโหน่ยเพราะเป็นช่วงสายๆ อ่ะแม่น้ำที่เห็นอยู่ด้านหลังคือทะเลสาปซีหูด้านนึงอ่ะ ทะเลสาปซีหูเป็นทะเลสาปที่อยู่กลางเมืองหางโจว กินบริเวณกว้างมาก และเป็น scenic point ของเมืองเลย

รอบๆ เจดีย์ทุกชั้นด้านใน จะมีภาพแกะสลักเป็นเรื่องราวในเรื่องนางพญางูขาว แกะใหญ่มากและสวยมากๆ ดูอ่อนช้อย กลีบผ้า ดอกไม้ ฯลฯ สวยมากๆ
ออกจากเล่ยเฟิ่งถ่า ก็ข้ามไปฝั่งตรงข้าม


มีวัดชื่ออะไรข้าเจ้าก็ลืมละ แหะๆ ขี้เกียจไปเปิดหนังสือนำเที่ยวหาอ่ะ

เป็นที่สวดมนต์ของพระในวัด ตอนไปถึงสักแปป ก็มีพระมายืนสวด

เพื่อนเห็นเลยวิ่งเข้าไปขอท่านถ่ายด้วย เพราะชุดไม่เหมือนคนอื่นๆ ในวัด พวกเณรในวัดจะใส่ชุดสีเหลืองๆ

มังกรหินแกะสลักบนพื้น ระหว่างบันไดสองฝั่ง

ที่ชอบสุดในวัดนี้ก็คือ ประตู แหะๆ สีสดสวยดีเหลือเกิน ชอบ
ออกจากวัดนี้ก็ไปเดินเที่ยวที่ถนนซึ่งเป็นแหล่งชอปปิ้ง ขายของจำพวกของที่ระลึกและอื่นๆ


ตลอดสองข้างทางเป็นร้านขายของหมด มีทั้งพวกของที่ระลึกพู่กันยักษ์ ชา ร้านขายยา เครื่องประดับ บลาบลา ร้านจะเป็นสไตล์จีนโบราณๆคล้ายกันทั้งถนน



ร้านน้ำชาเค่อะ เหมือนโรงเตี๊ยมในหนังจีนมะ?



วินโดว์ดิสเพลย์ก็แต่งกันสุดฤทธิ์ เพราะใกล้คริสต์มาสและปีใหม่ด้วย ชอบบ ^O^

ร้านขายยาเค่อะ ด้านในเหมือนร้านขายยาสมุนไพรในหนังจีนกำลังภายในอ่ะ มีตู้โตๆ ที่มีลิ้นชักเล็กๆ เป็นสิบๆ ใส่พวกยาทั้งหลายแหล



ซุ้มไว้ให้นั่งพักขาเค่อะ

ขายพู่กัน มีสารพัดไซส์เลยทีเดียว สังเกตอันที่ห้อยอยู่ด้านข้าง มโหฬารมาก นึกภาพตอนใช้ไม่ออกเลยว่าต้องใช้แรงขนาดไหนกว่าจะลากออกมาเป็นตัวได้

อันนี้ถูกใจมากก โมบายที่ใช้ช้อนไม้ทาสีห้อย แขวนเป็นแผงเลย แอบไปยืนถ่ายกันใหญ่ อิอิ

เกี้ยวเจ้าสาว ข้างๆ ยังมีร้านให้เช่าชุดจีนๆ ใส่เพื่อถ่ายรูปด้วย *ฮา


เด็กน้อยที่ไปเจอวิ่งเล่นอยู่กับพ่อ เลยแอบขอถ่ายด้วย น้องน่าร้ากกกกกกกกก ผู้ชายฮับ แก้มน่าฟัดน่าหยิกมากๆ ไล่จับกันนานเทียวกว่าจะจับน้องให้อยู่นิ่งๆ ถ่ายรูปได้


สุดถนน มีแม็คอยู่ร้าน ชอบแม็คสาขานี้มากกกกกกกกกกกกกกก นอกจากหน้าร้านจะมีแมสค้อตให้นั่งถ่ายรูปเล่นแล้ว ข้างในร้านยังแต่งสวย ถูกใจข้าเจ้าอย่างแรง ดูข้างในแล้วไม่คิดว่าจะเป็นแม็คเลย ให้ตาย

นี่คือป้ายรถเมล์เจ้าคะ สมเป็นเมืองท่องเที่ยวดีแท้ ไฮโซ ไฮเทคสุดๆ ป้ายบอกสายรถและเวลาที่รถคันต่อไปจะมา ที่ซูโจวจะเป็นป้ายไม้ และเพิงไม้ ให้อารมณ์สมเป็นเมืองเก่า แต่ที่นี่ไฮเทคสมเป็นเมืองท่องเที่ยว 555
รูปอาจไม่ค่อยเรียงวันนัก เพราะวันแรกก็วิ่งไปหลายที่ จากเล่ยเฟิ่งถ่า ไปวัด ไปเดินริมซีหูฝั่งนึง ก่อนจะไปเดินถนนที่ขายของนั่นแล้วอื่นๆ อีก




สามสี่รูปนี้เป็นของอีกวัน แต่เอาใส่ก่อน แล้วค่อยอัพรูปริมทะเลสาปซีหูไว้ด้วยกันเลย เพราะแยกไม่ออกแล้ว แยะจัดบางที่ไม่ได้แปะให้ดู เพราะไปเน้นหนักกับซีหู เหอๆ

แปะหน่อย ต้นคริสต์มาสหน้าห้าง ถ่ายตอนกลางคืนตอนแวะไปหาข้าวเย็นกิน

ตอนบ่ายวันแรกแวะไปกินสตาร์บัคริมทะเลสาปซีหู สตาร์บัคร้านนี้น่ารักและน่านั่งมากกกกกก แต่งสวยรับคริสต์มาส และยังมีนั่งกลางแจ้งชมวิวริมซีหู


ต้นคริสต์มาสหน้าสตาร์บัค

ของโชว์ในสตาร์บัค น่าจะเป็นขนมอ่ะ น่ารักมากๆ แอบอยากได้ 555 เขาไม่ได้ถ่ายแต่ข้าเจ้ากดไปก่อนที่เขาจะเตือนแล้ว แหะๆ ช่วยไม่ได้เค่อะ
ต่อไปก็วิวริมทะเลสาปซีหู ที่ทำเอาข้าเจ้าติดอกติดใจนักหนา

ไปแย่งคิวกับคนอื่นเพื่อถ่ายกับหินที่เขียนชื่อทะเลสาปนี้ เท่าที่เดินรอบๆ ทะเลสาปนี่ รู้สึกจะมีหลายจุดอยู่

ผังเมืองหางโจวเก่า สลักอยู่บนพื้น มีคนไปเดินดูเล่นแยะเทียว

น่านั่งกินลมชมวิวเน้อ





เห็นพี่คนนึงบอกว่าชื่อดอกมิคกี้เม้าส์ น่าร้ากกกกกก ชอบๆ ใจกลางที่สีเข้มๆ ดูเหมือนมิคกี้เม้าส์จริงๆ ด้วย 555

รูปที่แสงมืดหน่อยแปลว่าถ่ายบ่ายวันแรกนะเค่อะ ลมแรงมากกกกก


รูปที่มักจะเห็นเสมอ ถ้าพูดถึงหางโจว ถ้าเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิ ดอกบัวจะบานสะพรั่ง สีชมพูตัดกับใบสีเขียวสวยมากๆ (เคยเห็นจากรูปที่เพื่อนถ่ายมาเค่อะ) เสียดายที่ข้าเจ้ามาตอนเข้าหน้าหนาวแล้ว เลยเห็นแต่ซากบัว โฮๆๆ แต่ไม่เป็นไร ถ้าข้าเจ้าย้ายไปเรียนโทที่หางโจวก็คงได้เห็นแน่ๆ ล่ะ



ต้นหลิวริมทะเลสาปโดนลมตีซะ

ลายพื้นถนนริมซีหู
ที่เหลือเป็นรูปของอีกวันที่แวะไปเดินเล่นรอบซีหูอีกฝั่งนึง








บนสะพานที่ตัดพาดซีหู น่าเดินเล่นมากถนนสายนี้ ต้องเรียกถนนเพราะยาวมากทีเดียว และกว้างใช้ได้เลย ระหว่างทางมีเก้าอี้ให้นั่งพักเพียบ มีคนมาถีบจักรยานเล่น มาเดินชมวิวกับแฟน โอย สารพัด







เช่าไปนั่งเล่นชมวิวกลางทะเลสาปได้เค่อะ ไม่ก็นั่งไป 3 เกาะเล็กกลางทะเลสาป อ่านจากโบชัวร์ว่าเมีห้าง มีอะไรๆ บนนั้นอ่ะ แต่ข้าเจ้าไม่ได้ไปเพราะกลัวงบไม่พอบวกกับพี่ที่รู้จัก(เรียนที่หางโจว)บอกที่นั่นก็ไม่มีไรมาก เลยตัดสินใจไม่ไป

วันที่ไปเดินเล่น เจอคู่แต่งงานหลายคู่เลย คิดว่าถ้าไม่ไปจัดงานแต่งบน 3 เกาะเล็กกลางทะเลสาป ก็คงเช่าเรือล่องซีหูจัดงานเลี้ยงกันอ่ะ แอบฮานิดๆ ตรงเจ้าสาวแต่งซะสวยเลยนะ ชุดขาวมั่ง ชมพูมั่ง แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องรองเท้าแดง ฮ่วยบางคนก็ดำ แต่ดั๊นเป็นบู้ทดำ ไม่ได้เข้ากันเล้ยย ให้ตาย

บัสนั่งชมวิวและไปตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ริมซีหู
ยังมีรูปที่แยะมาก แต่ตัดออกไปเพราะขืนอัพหมดคงกระอัก 555 นี่ขนาดเบาะๆ ยังล่อไปแปดสิบกว่ารูปแล้ว >///<
ที่ตั้งชื่อทริปนี้ว่า "ทิ้งหัวใจไว้ที่หางโจว" ก็เพราะไปเที่ยวหนนี้เลยทำให้กราฟอยากย้ายมาเรียนโทที่หางโจวพุ่งสูงขึ้นจมเลย นอกเหนือไปจากเหตุผลที่ว่าม.ที่นี่เรียนแค่ 2 ปี และเมืองหางโจวเป็นเมืองที่ไม่พลุ่กพล่านวุ่นวายเท่าเซี่ยงไฮ้ แต่ก็ไม่เงียบสงบจนเงียบเหงาเท่านานกิง เป็นครึ่งทางอ่ะ ทั้งสวยและเจริญ น่าอยู่ทีเดียวเท่าที่เห็นในสองวันนี้ และคำรับรองจากปากผู้ที่เคยอยู่มาก่อนทั้งสองเมือง
เหอๆ จากที่ไปเที่ยวมาทำให้ข้าเจ้าหลงรักเมืองนี้นิดๆ เลยล่ะ แต่ถ้าไปอยู่นานๆ เข้าก็คงมิพ้นต้องเบื่ออีกแน่นอน เพียงแต่อาจจะใช้เวลานานกว่านานกิงก็ได้กระมัง หุหุ








#1 By อ๊อด อารมณ์ดี (117.47.189.211) on 2009-02-19 18:35