[Travel]ฮ่องกง..สีสันแห่งโลกบันเทิง
posted on 17 Jul 2007 03:51 by serene in Travelกลับมาบ้านได้สักครึ่งค่อนเดือนแล้ว เพิ่งจะระลึกได้เลยอัพเสียหน่อย เดี๋ยวจะไม่ครบทริป *ฮา
บล็อคโหดโหลดนาน รูปกระจายเช่นเคยนะเค่อะ >_<
ทริปนี้เป็นทริปของแถมจากการที่ต้องมาเปลี่ยนเครื่องที่ฮ่องกง (นานกิง-->ฮ่องกง -->ไทย) มีโอกาสทั้งที ยิปซีพเนจรเยี่ยงอิชั้นเลยไม่พลาด ขอสักหน่อยเถอะ ผลก็เลย..
ไปตั้งแต่วันที่ 26 มิย. ถึง 29 มิย. แอบเสียดายเล็กน้อยตรงที่ถ้าไปเดือนเจ็ด จะเป็นช่วงเทศกาลครบรอบการกลับคืนสู่จีนของฮ่องกง
ตอนนั้นมีงานฉลองมีเซลล์กันกระหน่ำ แต่หลายๆ อย่างไม่สะดวกตั๋วเครื่องบินเต็มมั่ง อะไรมั่งเลยไม่เอาดีกว่า ไปก่อนนิดหน่อยสบายกว่า
เช้าวันแรก ออกเดินทางจากนานกิงแต่เช้า ไปถึงฮ่องกงประมาณสิบเอ็ดโมงเศษ แต่กว่าจะออกจากสนามบินและเดินทางเข้าตัวเมืองได้ก็ปาเข้าไปเที่ยงครึ่งได้ สองคนกะเพื่อนนั่งรถเมล์จากสนามบินไปที่พัก เพราะอยากเซฟตังค์ค่าเดินทาง และที่สำคัญคือนั่งบัสก็กลัวลงไม่ถูก ถ้านั่งรถเมล์ไปลงที่ป้ายรถไฟใต้ดิน จากนั้นก็นั่งใต้ดินไปขึ้นที่จอร์แดน(ที่พักอยู่แถวๆ ถนนจอร์แดน เป็นเกสเฮ้าส์ของคนไทยเชื้อสายจีนที่มาตั้งรกรากอยู่ฮ่องกง)เดินไปอีกหน่อยท่าจะดีกว่า
แต่ขอบอกว่านรกมีจริง โฮกกกกยังกะตกนรกแหนะกว่าจะลากกระเป๋าสัมภาระและตัวเอง เดินทางไปถึงที่หมายได้ ซวยสุดๆ ตรงที่กระเป๋าลากสองใบที่เอาไปด้วยดันไปพังเอากลางทาง เสียใบเดียวยังพอทนแต่นี่สองใบซ้อนในเวลาไล่เลี่ยกัน เล่นเอาพูดไม่ออกได้แต่หัวเราะทั้งขำทั้งสมเพชตัวเองสภาพโทรมสุดฤทธิ์พยายามลากกระเป๋าออกจากสถานี ซึ่งไม่มีลิฟท์มีแต่บันได แล้วลองคิดภาพสิคะว่าผู้หญิงสองคนอุ้มกระเป๋าเดินทางบวกกระเป๋าเล็กกระเป๋าน้อยทั้งหมดประมาณ 5-6 ใบขึ้นบันไดทีละท่อน มันจะลำบากยากเย็นขนาดไหน กระเป๋าก็หนักชิบ แถมไม่มีคนมีน้ำใจช่วยเลยสักคนแต่ดีที่บันไดช่วงสุดท้ายมีคุณลุงคนนึงใจดีช่วย ไม่อยากบอกเลยว่าตอนนั้นสองคนแถบถอดใจแล้ว เหนื่อยจนพูดไม่ออกจริงๆ สาบานเลยว่าถ้าจะไปเที่ยวแบบนี้อีกจะไม่ขนอะไรไปให้หนักเด็ดๆ
ถึงที่พัก (ที่พักอยู่ฝั่งเกาะเกาลูนเค่อะ ฝั่งนี้ที่พักจะถูกกว่าฝั่งเกาะฮ่องกง แถมอยู่ใกล้แห่งชอปปิ้งแยะ แต่ถ้าอยากซื้อพวกแบรนด์ต้องข้ามไปฝั่งฮ่องกงเค่อะ ฝั่งนี้จะเป็นพวกคล้ายๆ แถวสยาม โบนันซ่า ไม่ก็พวกตลาดนัดกลางคืน) ก็เก็บข้าวของ อาบน้ำให้สบายตัว พักสักครู่ใหญ่ก่อนจะออกไปหาอะไรกิน แล้วออกเดินสำรวจเล่นแถวๆ นั้น คลำทางไปเรื่อย เปิดแผนที่ไป ถามทางคนมั่ง ตั้งใจหาร้านแลกตังค์ และเลยไปเดิน Mong Kok (ม่กกก)แหล่งชอปปิ้ง เดินวนๆ ดูโน่นนี่ เดินจนขาลากตั้งแต่วันแรกกันเลยทีเดียว อึดมาก สุดท้ายกว่าจะลากสังขารโทรมๆ กลับถึงที่พักก็ปาเข้าห้าทุ่มเที่ยงคืนได้ อาบน้ำอีกรอบก่อนจะหมดสภาพนอนแผ่บนเตียง เกสเฮ้าส์ห้องนิดเดียว เตียงสองชั้น แต่เตียงใหญ่และนุ่มสบายใช้ได้เลยทีเดียว ราคาก็เรียกว่าโอเคอยู่ เพราะถ้าไปนอนรร.คงหมดไปอีกหลายเลยทีเดียว
ชอบแผงบอกสถานีในรถใต้ดินเขามากๆ จะมีไฟและลูกศรชี้บอกชัดเจนสุดๆ ไม่ต้องกลัวว่าจะงงเลย
ถูกใจเจ้าเส้นสีชมพูสั้นๆ น่าเอ็นดูนั่นด้วย สายนี้วิ่งไปดิสนีย์แลนด์โดยเฉพาะเค่อะ ไปหนนี้อิชั้นไม่ได้แวะดิสนีย์แลนด์ แอบเสียดายนิดหน่อย แต่หลายคนบอกว่าไม่มีไร เครื่องเล่นอะไรก็ยังน้อย เลยตัดใจเก็บความอยากไว้ไปดิสนีย์ที่ญี่ปุ่นหรืออเมริกาท่าจะเลิศกว่า ฮ่าฮ่า *ฝันกลางวัน
วันที่สอง แพลนไป 深圳 (เสินเจิ้น) อย่าเพิ่งงง เสิ่นเจิ้นเป็นเมืองนึงของจีน อยู่ฝั่งแผ่นดินใหญ่โน้น แต่สามารถนั่งรถไฟข้ามจากฮ่องกงไปได้เค่อะ ตื่นแต่เช้าไปหาอะไรกินด้วยความหิวโหย
ติ่มซำ มาฮ่องกงไม่กินติ่มซำคงเรียกว่ามาไม่ถึงฮ่องกงกันเลยสินะ เหอๆ แต่นี่เป็นเพียงติ่มซำข้างทางเค่อะ ขายในตลาดยามเช้าแต่ก็อร่อยมากๆ เลย จริงๆ มีซาละเปาหมูสับลูกโตอีก ซาละเปาอร่อยมาก ใส้อัดแน่นเทียว
กินเสร็จก็นั่งบัสไปสถานีใต้ดินสายสีฟ้าซึ่งสามารถนั่งยาวไปถึงเสินเจิ้นได้เลย ไปถึงก็ต้องผ่านด่านศุลกากรทำวีซ่ากัน แต่อิชั้นกับเพื่อนมีวีซ่าอยู่แล้ว สามารถเข้าออกปท.จีนกี่ครั้งก็ได้ เลยไวหน่อย แต่ก็ต้องกรอกใบเข้าออกปท.ให้วุ่นเหมือนกัน เสร็จก็ออกไปเดินชอปปิ้งกัน ตึกที่เข้าไปเดินขายกระเป๋าเป็นส่วนใหญ่ รวมถึงพวกนาฬิกา เข็มขัด บลาบลา กระเป๋าก๊อปแยะมากกกกกกกกกกก เล่นเอาตาลาย ไมรู้จะเอาอันไหนดีกันเลย เล็งๆ ไว้แต่เดินวนไปเรื่อยๆ จะกลับมาอีกทีก็หาไม่เจอซะแล้ว เพราะร้านมันช่างแยะเหลือเกิน สองคนกับเพื่อนต่อราคากันมันส์ ได้กระเป๋าติดไม้ติดมือกลับบ้านเพียบ เล่นเอาคิดไม่ตกจะเอาไปยัดไว้ตรงไหนดี เพราะกระเป๋าเดินทางที่ขนมาพังแพคคู่ เลยซื้อใหม่เป็นคิปลิงสีแดงเจิดมา ซื้อแล้วก็ใช้ทันทีไว้ใส่ของที่เดินชอปปิ้งวันนั้นแล เขาเรียกขั้นทดลองงานชิมิ ว่าจะรับนน.สัมภาระได้ดีแค่ไหน ฮ่าฮ่า
ให้ตายเหอะ ไม่เข้าใจว่าทำไมคนจีนถึงชอบตั้งราคาโอเวอร์สุดติงขนาดนี้นะ บอกเพื่อให้ต่อ แต่ถ้ามีคนไม่ต่อแล้วซื้อไปนี่คงเจ็บใจจนแทบอยากฆ่าตัวตาย เพราะบางทีสามารถต่อราคาให้ลดลงไปได้ตั้ง 70-80 เปอร์เซนต์แหนะ ซึ่งขึ้นอยู่กับดวงและความสามารถในการต่อรองเค่อะ เหอๆ
มื้อกลางวันเป็นข้าวกับหมูแดง อื้มม หมูแดงอร่อยมากกกกกกก คนไม่ชอบกินหมูชิ้นอย่างอิชั้นกินได้กินดีเลยเจ้าค่ะ ติดใจนัก
กว่าจะออกจะเสินเจิ้นก็ปาเข้าไปห้าหกโมงได้ กลับที่พักเก็บของ ก่อนจะแล่นออกไปต่อ
อาหารเย็นเป็นบะหมี่เกี๊ยวหนึ่งชาที่เกี๊ยวอร่อยมากกกอีกเช่นกัน โอ๊ยย อาหารที่ฮ่องกงกินแล้วคิดถึงเมืองไทยที่แค่อาหารข้างทางก็อร่อยแยะไป ในขณะที่อาหารที่จีนช่าง...TT^TT... อยู่โน้นอิชั้นเลยกินแต่อาหารเกาหลี เพราะมันอร่อยถูกปากกว่ากันแยะ กินหลายๆ คนหารกินก็ถูกใช้ได้ เหอๆ
แพลนไปเดิน Tsim Sha Tsui (จิมซาจุ่ย) ไปดูไฟฝั่งเกาะฮ่องกง แวะแตะมือกับ(รอยมือของ)บรรดาดารานักแสดงนักร้องฮ่องกง และอาจจะนั่งรถใต้ดินข้ามฟากไปชมวิวจากฝั่งโน้นบ้าง ถ้ามีเวลาแต่ไม่ทัน แถมฝนยังตกอีกก็เลยจบลงแค่ที่จิมซาจุ่ย
ต่อไปเป็นรูปวิวที่จิมซาจุ่ยนะเค่อะ
รูปนี้ชอบมากกกกกก สวย ถายติดพระจันทร์ด้วย เป็นรูปที่ชอบมากๆ เลย รูปวิวกลางคืนส่วนมากจะเป็นเพื่อนถ่ายเค่อะ เพราะกล้องอิชั้นตอนกลางคืนช่างป่วยเหลือทน โฮกก อยากได้กล้องใหม่..
ไฟตึกฉลองครบรอบการกลับคืนสู่อ้อมอกปท.จีนจ๊ะ
เป็นรูปจำนวนน้อยนิดที่ได้ถ่ายด้วยกันกับเพื่อน ฮ่าฮ่า วานยามที่ยืนอยู่แถวนั้นให้ช่วยถ่ายให้ เพราะที่เหลือมีแต่เดี่ยวไม่ก็วิวลูกเดียว เหอๆ
แสงไฟยาค่ำคืนมันช่างสวยจังน้อ ^^
ถ่ายกับรูปปั้นบรู้คลี พระเอกนักบู้ชื่อดังอันเป็นสัญลักษณ์ของจิมซาจุ่ยกันเลย
ร้านขายของของเฉินหลง มีสารพัดเลย เสื้อ ลายเซ้น รูปปั้น ของจุกจิก บลาบลา แต่ตอนที่ไปร้านปิดแล้วเลยถ่ายมาแต่ด้านนอก
โมเดลเฉินหลง ไอ้หนุ่มหมัดเมา ทำสวยมาก
ว่าแล้วก็เดินไปแทคมือกับเฉินหลง พระเอกนักบู้ที่ดูมาตั้งแต่ยังเด็กจนป่านนี้พี่แกก็ยังสติลบู้ไม่เลิก ฮ่าฮ่า
ตามด้วยหลิวเต๋อหัว งานนี้พลาดได้ไง
และแล้วก็เริ่มสนุก เดินดูรายชื่อไปเรื่อย หาดาราที่รู้จักแทคมือสักหน่อย นี่เป็นเหลียงเฉาเว่ย ว้าวววว เห็นสองคนนี้แล้วก็คิดถึงหนัง Imfernal Affair หนังตัดเหลี่ยมเฉือนคมที่อิชั้นชอบนัก สองคนช่างได้ใจเหลือเกิน
ตามด้วยรอยมือเจ็ทลีเค่อะ
จางมั่นอี้ สาวพันปี
โจวฉิงฉือ เสียดายนัก มีแต่ชื่อหามีรอยมือไม่ โจวฉิงฉือไม่มาปั้มมือเค่อะ งึม ของบรู้คลีก็มีนะ แต่แน่นอนอยู่แล้วว่าไม่มีรอยมือ เพราะคุณแกเสียไปตั้งนานนมแล้ว
มีรูปปั้นฉากการถ่ายหนังให้คนไปถ่ายรูปเล่นได้ อิชั้นมีหรือจะพลาด ขอไปแอคท่าเป็นผู้กำกับจอเงินสักหน่อย ฮา
ที่นั่งอยู่อ่ะ เก้าอี้ไดเรกเตอร์นะเค่อะ
เก้าอี้ตัวนี่อ่ะ
ตัวห้างที่อยู่ด้านหน้าแต่งน่ารักมาก
ชอบจังเน้อออ น้องลิง น้องสิงโต น้องเสือ น้องฮิปโป น้องหมี ร่อนเต็มไปหมด
วันที่สาม แพลนไว้จะไปวัด Wong Tai Sin (ว่องไต่ซิน)ไปเดินเล่นย่านอิเล็คทรอนิกส์ Sham Shui Po (ซัมสุยปอ)และจะนั่งรถรางขึ้นไปวิวที่ The Peak และแวะเข้าไปชมพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งของ Madame Tussauds แต่ก็ต้องฝันสลายเมื่อฝนตกหนักยังกับฟ้ารั่ว เทกระจาดลงมาแบบไม่เกรงอกเกรงใจ ทั้งพายุเข้าทั้งอะไรต่อมิอะไร ผลก็เลยไม่ขึ้นเดอะพีค เพราะขึ้นก็ไม่เห็นอะไรแหงๆ ฟ้ามืดมัวแถมฝนตกทั้งวันแบบนี้ เฮ้อ..ไม่เป็นไรไปมาดามทรูทโซ่ที่เซี่ยงไฮ้แทนก็ได้ ไม่ก็เก็บไว้คราวหน้า คงมีโอกาสมาอีก(มั้ง)
อาหารเช้าที่โยชิโนย่า อาหาญี่ปุ่นที่อร่อยใช้ได้ โยชิโนย่าที่ปท.อื่นอร่อย แต่ทำไมของไทยไม่อร่อยหว่า งง? ฝากท้องไว้ร้านนี้สองมื้อได้ อีกมื้อกินข้าวหน้าแซมมอลสับกับไข่กุ้งอย่างละครึ่ง อร่อยมากกกกกกกกกกกกก เสียดายนักที่ไม่ได้ถ่ายไว้ เพราะไม่ได้พกกล้อง
วัดว่องไต่ซินเค่อะ ดูโล่งๆ งั้น แต่จริงๆ ฝนกำลังตกอยู่แหละ
ฝนตกเลยไม่ไปจุดธูปไหว้ ไหว้มือเปล่าแทน
ป้ายตรงทางออก สวยดี ชอบๆ
ออกจากวัด ฝนก็ยังไม่หยุดตกเลยแวะเข้าไปเดินเล่นในห้างใกล้ๆ
ไปนั่งกินสตาร์บัค ลองกาแฟกล้วยปั่น banana cream อะไรสักอย่างนี่แหละ อร่อยใช้ได้เสียแต่เลี่ยนไปนิด กินมากๆ พาลจะตายเอา แต่ที่ถูกใจคือเค้กช็อคโกแลตตตตตตต อ๊ายยย ดาร์คช็อคอร่อยมากกกกกกก ขมนิดๆ สุดยอด
ร้านแถวๆ นั้นก็มีขนมขาย หน้าตาสวยทีเดียวเชียว

เสร็จจากนี่ก็ไปซัมสุยปอ เดินดูของสักพักก็ไปฝั่งฮ่องกง ไปเดินเล่นย่านห้างแบรนด์เนมทั้งหลาย ละลานตาน่าดู มีแต่แบรนด์และแบรนด์
ไทม์สแควร์เค่อะเจ้าหน้าปัดนาฬิกาหน้าห้างช่างออกแบบได้เก๋ไก๋ดีแท้
วันนี้ซื้อตั๋วใต้ดินแบบวัน เลยแล่นไปทั่ว กะให้คุ้ม แต่สุดท้ายวิ่งรอกซะทั้งวันจนปวดเท้าไปหมด(สะสมมาหลายวันนัก) สุดท้ายก็ได้กำไรมานิดเดียวเอง ฮ่าฮ่า ชอบใจสถานีฝั่งฮ่องกงอย่างนึงคือ
แค่ละสถานีจะใช้สีไม่ซ้ำกันเลย เขียวบ้าง แดงบ้าง ม่วงบ้าง บลาบลา เก๋ไก๋ไอเดียกระฉูดมากๆ
สุดม้ายก็กลับไปจบที่ม่กกกเช่นเดิม เดินชอปปิ้งในตึกจะได้ไม่ลำบากกลางสายฝน งึม ได้ของกลับมาอีกหลาย เล่นเอาป้าเจ้าของเกสเฮ้าส์ถาม
"พวกหนูมาซื้อของไปขายหรือ?"
O_o!?! - - - โหย ป้าขา เข้าใจผิดไปแล้วววว ก็แค่ซื้อไปใช้เองกับซื้อฝากชาวบ้านแค่นั้นนั่นแล
ปล.อิชั้นช้อปน้อยกว่าเพื่อนแยะนา อย่าเพิ่งกัดกันเน้อ..
วันที่สี่ เที่ยวบินกลับตอนประมาณบ่ายสาม ถึงไทยราวๆ หกโมงเย็น ก็เลยเป็นวันชิลๆ นมาเก็บข้าวของที่เหลือ ออกไปหาอะไรกินก่อนจะขนสมบัติออกเดินทางไปสนามบิน และฝนก็ตกอเกนวันนี้ ฮ่วย เซ็งอย่างแรงกับฝนจริงๆ ทริปนี้ อะไรมันจะตกไม่หยุดไม่หย่อนปานฉะนี้ แง่ง..
ปิดท้ายด้วยของน่ารักๆ ละกัน
เจาตุ๊กตาอันปังแมนในชุดเกราะนักรบ อ๊ายยย ชอบมากๆ อยากได้แต่ไม่รู้จะซื้อไปทำอะไร ของตั้งโวแบบนี้ขนกลับไปก็วางไว้ให้ฝุ่นเกาะอยู่ดี โฮกก ที่สำคัญ..แพงอ่ะ
วินโดว์โชว์ร้านแว่น น่ารักอ่ะ ทำเป็นรูปไอติมไว้โชว์แว่น เก๋ไก๋นัก
ทะเลที่ถ่ายจากบนรถบัสไปสนามบิน(ขากลับ)
เห็นแล้วคิดถึงไขว่คว้าให้ถึงดาว









อยากกินเกี๊ยวววววววววววววววววววววว
หมี...แกไม่อ้วน แต่...(หลังไมค์ ฮ่า)
#1 By adiana on 2007-07-17 10:51