คำเตือน : บล็อคโหดโหลดนานอเกนนะเค่อะ ขี้เกียจแยกอัพอ่ะ >_<

เป็นทริปที่ใช้เวลาเที่ยวยาวนานที่สุดเลยทีเดียว ไปร่วมอาทิตย์เลยเจ้าค่ะ แถมไปตอนไหนไม่ไป ดันไปช่วงวันชาติจีน ซึ่งปกติก็เป็นวันหยุดยาวที่คนจะออกมาท่องเที่ยวกันแยะมากกกกก แต่เหตุผลที่ทำให้ข้าเจ้าไปนานขนาดนั้นก็คือตั๋วขากลับไม่มีเค่อะ มีแค่วันนั้นแล ผลก็เลย ไปวันที่หนึ่งถึงปักกิ่งวันที่สอง และกลับหางโจววันที่แปดถึงวันที่เก้า เหอๆ หนนี้ไปนอนบ้านเพื่อนเน้เลยเซฟค่ารร.ไปได้แยะทีเดียว และได้ไปเที่ยวแยะพอดูเลย ^^

วันแรกนั่งรถไฟไปถึงปักกิ่งก็บ่ายแล้วเลยเดินเล่นอยู่แถวๆ บ้านเพื่อน พักผ่อนจากการทรมานทรกรรมนั่งรถไฟ "นั่ง" จริงๆ เพราะเบาะนอนตั๋วหมด เบาะนั่งแบบนิ่มก็หมด มีแต่เบาะนั่งแข็ง โฮกกกกก และใช้เวลาเดินทางทั้งสิ้น 15 ชม. กระอักเลือดมากๆ

ถ่ายหน้าสถานีรถไฟปักกิ่งเน้ สภาพโทรมสุดฤทธิ์

พอวันที่สองตื่นมาก็ออกไปเที่ยวเลย จุดหมายคือ 颐和园 (The Summer Palace) หรือ พระราชวังฤดูร้อน นั่นแล เป็นสวนที่เฉียนหลงฮ่องเต้ทรงให้สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองวันประสูติของพระมารดา เคยถูกทหารฝรั่งเศสเผาในปี 1860 แต่ได้รับการซ่อมแซมในยุคของพระนางซูสีไทเฮา ต่อมาก็ถูกทหารของพันธมิตรแปดชาติเผาอีกครั้งในปี 1900 และได้รับการซ่อมแซมอีกครั้ง ก่อนจะเปิดในประชาชนเข้าไปชมได้เช่นปัจจุบัน

คนแยะมากกก แต่ก็พอไหวเค่อะ

มีตำหนักมากมายทีเดียว บางห้องจัดเป็นกึ่งๆ พิพิธภัณฑ์หน่อยๆ โชว์พวกเครื่องใช้ เฟอร์นิเจอร์โบราณเอย อะไรเอย

และยังมีระเบียงเชื่อมต่อกันยาวเหยียด เลียบทะเลสาปคุนหมิง ซึ่งเป็นทะเลสาปใหญ่ในสวนนี้ กว้างมาก

รอบๆ ก็มีดอกไม้จัดไว้ซะสวยงามเลยทีเดียว ชอบ คัลเลอร์ฟูลมากๆ

佛香阁 (Tower of the Fragrance of the Buddha) หอคอยสูง 41 เมตร อันเป็นจุดเด่นของที่นี่

ชอบจังพวกบานประตูจีนๆ เนี่ย ดูแดงสดและดูเก๋มากๆ

ทางขึ้นหอคอยเค่อะ

บันไดจะตัดเฉียงไปมา ออกแบบได้เก๋ไก๋มาก

ตรงทางขึ้น จะมีภาพวาดประดับอยู่ด้วย สวยมาก

ครึ่งทางแล้วเค่อะ เริ่มเข้าส่วนหอคอยละ

ระหว่างทางขึ้นยอดหอคอยจะมองเห็นตำหนักที่สร้างยื่นออกมาจากหน้าผา แต่ไม่เปิดให้เข้าไปดูนะ แค่ให้ดูจาด้านนอกเท่านั้น มองลงไปจะเห็นทะเลสาปคุนหมิงกว้างใหญ่มากๆ

ประตูหน้าต่างอีกแล้ว ฮ่าฮ่า กลับมาเพิ่งจะสังเกตว่าตัวเองถ่ายพวกนี้มาแยะมาก

นี่เป็นประตูใหญ่ทีอยู่หน้าสะพานข้ามไปอีกฝั่ง หยีเหอหยวนกว้างมาก อิชั้นเดินตั้งหลายชม.ยังไม่ทั่วเลย เก็บมาได้แค่ไม่เท่าไหร่เอง

สะพานโค้งสไตล์จีน

จริงๆ ยังมีรูปอีกแยะ แต่เลือกๆ มาเหลือเท่านี้แล เหอๆ แค่นี้รวมทั้งทริปก็ล่อไปพันสองร้อยรูปได้ ไม่รู้ถ่ายบ้าถ่ายบออะไรหนักหนา เอิ้กกก คัดมาลงบล็อคประมาณร้อยกว่ารูปได้เน้ โหลดโหดนิดนะเค่อะ จ๊วบบ

หมดวันแรก ตกเย็นออกจากพระราชวังฤดูร้อน ก็แวะไปหาเพื่อนที่ม.ปักกิ่ง และแว่บไปถ่ายรูปที่หน้าประตูอันเป็นสัญลักษณ์ของเป่ยต้า ใครมาเป็นต้องถ่าย ขนาดมืดแล้วคนยังมาถ่ายกันแยะเลย

วันที่สาม โปรแกรมคือ 故宫 (The Forbiden City) และ 天安门 หรือ จัตุรัสเทียนอันเหมิน

ไปถึง ด้านหน้าจะเป็นที่ที่ทุกคนคงคุ้นตาเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเคยมาเห็นเองหรือจากรูปถ่ายก็ตามที อนุสรณ์สถานของประธานเหมาเจ๋อตุง กู้กงอยู่ตรงข้ามกับจัตุรัสเทียนอันเหมิน

มาถึงแล้วก็ต้องชักภาพเป็นการทักทายประธานเหมาฯกันสักหน่อย

จากนั้นก็เดินเข้าไปยังนครต้องห้าม กู้กงเป็นพระราชวังของฮ่องเต้ในยุคหมิงและชิง มีประวัติยาวนานร่วม 600 ปี ด้านในมีพระตำหนักมากมายราวกับเป็นเมืองเมืองนึงเลยทีเดียว มีทั้งที่ประทับของฮ่องเต้ ฮองเฮา ไทเฮา และเหล่านางสนม กำนัลใน ที่เสด็จออกว่าราชการ ฯลฯ ด้านหลังยังมีสวนอีกด้วย

บางตำหนักจะมีพิพิธภัณฑ์เครื่องดนตรีโบราณ อักษร หนังสือ และพวกฉัตรกั้นต่างๆ

太和殿 ไท่เหอเตี้ยน พระตำหนักใหญ่ที่ฮ่องเต้ออกว่าราชการกำลังอยู่ในระหว่างการซ่อมแซมเพื่อต้อนรับโอลิมปิกในปีหน้า จึงไม่เปิดให้เข้าไปชม เมื่อคืดถึงฉากในหนังเรื่อง The Last Emperor แล้วก็แอบเสียดายมากๆ ที่ไม่ได้ดู แต่อื่นๆ ก็ทำให้ตื่นตาตื่นใจพอดูละ

(ได้ยินมาว่าปีหน้าค่าเข้าจะเพิ่มขึ้นประมาณสามเท่าตัวได้ จาก 60 เป็น 180 หยวน ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะจริงไหม แต่เพิ่มแน่ๆ เอิ้กก เกือบพันบาท กระอักเลือดพอดี อิชั้นเลยยอมมาดูตอนนี้ดีกวjา ขืนมาปีหน้าหมดตัวกะค่าเข้านี่แล ไม่ต้องทำไรแล้ว)

中和殿 จงเหอเตี้ยน จะอยู่ถัดจากไท่เหอเตี้ยน เป็นที่ที่พักผ่อนก่อนออกว่าราชการที่ไท่เหอเตี้ยน

ลายขอบประตู รูปมังกรที่ถูกนักท่องเที่ยวลูบจนขึ้นเงามันวับทีเดียว

ตอนที่เดินไปดู สวนกับพวกชนกลุ่มน้อยที่แต่งชุดพื้นเมืองด้วย ไม่รู้ว่ามีโชว์หรืออะไรกันแน่ แต่เจอตอนเค้ากำลังเดินลงพอดีเลยแอบถ่ายรูปไว้นิดหน่อย

กระถางยักษ์ เขากั้นไว้ไม่ให้แตะถึงนะเค่อะ อิชั้นแค่ใช้มุมกล้องอ่ะ ทำท่าเหมือนแตะจริงๆ ฮ่าฮ่า

ด้านหน้าตำหนักมีแผ่นหินแกะสลักขนาดใหญ่มาก ยาว 16.57 เมตร กว้าง 3.07 เมตร แกะสลักเป็นลายมังกร หงส์ ฯลฯ สวยมากๆ

ตัวตำหนักต่างๆ ประตูหน้าต่างเอย อะไรเอย ถูกซ่อมแซมอย่างดี ทาสีใหม่ซะสดสวย จนดูเหมือนใหม่ไปหมดแล้วอ่ะตอนนี้ แต่พอมองขึ้นไปบนเพดานก็ยังเห็นร่องรอยกระเทาะของสี

ทุกตำหนักจะเข้าไม่ได้เค่อะ ตำหนักนี้ก็กั้นไว้ ให้ส่องดูได้จากด้านนอกไกลๆ เป็นที่ประทับของฮ่องเต้อเกน

ตำหนักที่ชอบที่สุด คือนี่แล 坤宁宫 คุนหนิงกง เป็นตำหนักที่ประทับของฮ่องเฮา และเป็นที่ส่งตัวในคืนเข้าหออ่ะ สวยมาก แกงเดือดไปทั้งห้องเลย

จากนั้นก็เดินเข้าไปสวนด้านหลังของพระราชวัง

ก่อนจะลัดเลาะออกมาทางด้านข้าง ฉากเหล่านี้ดูคุ้นตาเน้อ ละครเอย หนังเอย มีถ่ายที่นี่แยะมากกก อย่างในองค์หญิงกำมะลอก็มี

กลับออกมาด้านหน้าละ ด้านหน้าตำหนักไท่เหอเตี้ยนจะเป็นลานกว้างให้เหล่าขุนนางมาเข้าแถวเข้าเฝ้าฮ่องเต้ พื้นลานผุกร่อนน่าดูทีเดียว

ปิดท้ายด้วยจัตุรัสเทียนอันเหมินเค่อะ (อันนี้ถ่ายในวันสุดท้ายบนรถ) เพราะวันนั้นฝนตกตอนบ่ายเกือบเย็นเลยไม่ได้แวะเข้าไปเดินเล่นอะไรในเทียนอันเหมินนัก ตอนเย็นก็นัดเจอเพื่อนไปเดินชอปปิ้งกันต่อที่ 秀水 ซิ่วสุ่ย

วันที่สี่ พักผ่อนวันนึงเค่อะ เพราะเดินหนักๆ มาสองวันติด แต่ก็ออกไปชอปปิ้งกัน เลยไม่ได้พักอยู่ดี โฮกก เดินชอปปิ้งก็เล่นเอาขาลากเช่นกัน ฮ่าฮ่า

วันที่ห้า แพลนคือ 长城 กำแพงหมื่นลี้ มีหลายที่ที่เปิดให้ขึ้นไปชม อิชั้นไปปีนที่ 八达岭 (ปาต๋าหลิง) เน้ ได้แวะเข้าไป 城隍庙 (เฉิงฮวงเมี่ยว) วัดที่ฮ่องเต้มาประกอบพิธีกรรมบูชาเทพและขอพรให้ตนและราชวงศ์อีกด้วย อยู่ตรงตีนทางขึ้นกำแพงพอดี

ด้านหน้าเฉิงฮวงเมี่ยวเค่อะ เขาไม่ให้ถ่ายด้านในเลยได้มาแค่ด้านหน้าเน้ วัดนี้เป็นวัดแบบเต๋าเค่อะ มีให้ป้ายขอพร(สีแดง)มาเขียนชื่อแล้วเอาไปแขวนอ่ะ

ทางขึ้นเค่อะ

พวกอาวุธและชุดเกราะของนักรบเน้

มีแม่กุญแจมาคล้องไว้ด้านข้าง เห็นแล้วคิดถึงที่ฮวงซานแหะ มีเหมือนกันเลย แต่ที่นี่มีแต่ช่วงนี้ช่วงเดียว ที่อื่นไม่มีแล้วเน้

ปีนไปแวะถ่ายรูปไปตลอดทาง เหอๆ ถึงเหนื่อยแต่ก็มีแรงยิ้ม ฮ่าฮ่า

เป้าหมายต่อไป และต่อไป เอิ้กก ปีนไปจะเจอป้อมพักระหว่างทางอ่ะ

ศาลาที่อยู่อีกฝั่งโน้นน ซูมถ่ายเอา อยู่ไกลมาก หมดปัญญาจะถ่อสังขารไปถึงเค่อะ แค่ไม่กี่ป้อมก็เริ่มเหนื่อยหนัก เมื่อยขาอย่างแรง

ตอนปีนก็เหนื่อย เหงื่อแตกเลย แต่พอพักก็เริ่มหนาว ลมแรงมากๆ และอากาศวันนั้นตอนเช้าฝนตก ตอนแรกใจเสียแล้วจะไปดีไหมน้อ ฝนตกไปปีนคงอันตรายบวกกับไม่สะดวกแน่ๆ แต่มาถึงนี่แล้วจะไม่ไปก็เสียดาย เลยตัดสินใจไป และก็โชคดีมากๆ ที่แดดออก อากาศดีมาก ฟ้าใสแจ๋วสวยสุดๆ แสงกำลังถ่ายรูปแจ่มเลยทีเดียว

ชอบอ่ะ มุมร่องกำแพง ผลัดกันถ่ายกะเพื่อนอยู่นานทีเดียว ฮา

"จะไปให้ถึงให้ได้ คอยดู" (พูดไปงั้นแหละ แล้วก็เดินหันหลัง ปีนลงทางเดิม ฮ่าฮ่า ก็หมดเวลาปีนแล้วนิ เด๋วตกรถอ่ะ เลยต้องรีบกลับ และที่สำคัญเมื่อยขาจะแย่แล้ว)

บันไดเค่อะ ไม่รู้ว่าที่แอ่นนี่เกิดจากการผุกร่อนของกาลเวลา หรือกร่อนเพราะคนที่มาเที่ยว ฮ่าฮ่า แอ่นเป็นร่องเลยเทียว

วันที่หก วัดสุดท้ายก่อนจะเดินทางกลับหางโจว เลยไปหลายที่หน่อย ไป 雍和宫 (ยงเหอกง) หรือ วัดลามะ 孔庙国子监 (ขงเมี่ยวกว๋อจื่อเจียน) เป็นวัดขงจื้อและรร.ที่สอนพวกนร.ที่จะไปสอบจอหงวนอะไรพวกนี้อ่ะ ตามด้วย 胡同 (หูท่ง) ตรอกบ้านสมัยเก่าของชาวปักกิ่ง และปิดท้ายด้วย 王府井 (หวังฝูจิ่ง) ถนนชอปปิ้งพวกแบรนด์เนมและขายพวกของที่ระลึก

ด้านหน้าวัดลามะอีกฝั่งของถนน มีสวนสาธารณะ ดอกไม้สวยเทียวเลยแวะถ่ายรูปเล่นกันหน่อย วันนี้มีอดีตรูมเมทสมัยอยู่นานกิง(เทอมแรก)มาด้วย เขาเพิ่งย้ายมาเรียนปักกิ่งอ่ะ เลยนัดออกมาเจอกันหน่อย

วัดลามะ เป็นวัดธิเบตอ่ะ ป้ายเอย บทสวดเอย อะไรเอยเป็นภาษาธิเบตหมด

ถ่ายมาแต่ด้านนอกเน้ เพราะเขาไม่ให้ถ่ายพระพุทธรูปด้านในอ่ะ แต่ตอนซื้อบัตรเข้ามีซีดีแผ่นจิ๋วให้มาด้วยเป็นภาพพร้อมคำอธิบายที่มาของวัดอ่ะ เยี่ยมมากเลย ฮ่าฮ่า

แต่แอบมีอยู่รูปนึง เพราะพี่ที่ไปด้วย แอบถ่ายมาได้อ่ะ

เขาให้จับหมุนอ่ะ แล้วเอามือลูบไล่ตาม เป็นการสวดมนต์ชนิดนึง

]

วันนี้อากาศดีมากกก ฟ้าใสสวยสุดๆ แต่หนาวโคดดดดดดด ลมพัดแรงมากก แล้วที่โชคร้ายคืออิชั้นไม่ได้เตรียมตัวมาเจอลมหนาวอ่ะ เพราะก่อนมาที่หางโจวยังร้อน เลยคิดมาปักกิ่งก็คงไม่หนาวมาก มีเสื้อแขนยาวติดไปตัวเดียวและไม่ได้หนาเลยสักนิด โฮกกก ผลนะรึ เซล์ฟมาก เดินด้วยเสื้อกล้ามกับเสื้อแขนยาวบางๆ ทั้งวัน ฝ่าลมหนาวเป็นสิบชม. ผลน่ะรึคะ หวัดกินสิเค่อะ เล่นเอาเสียงแหบเลย

ท้องฟ้าสวยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

วัดนี้ได้ลงกินเนสบุ้คด้วยนะเค่อะ วัดนี้มีพระยืนองค์โตมาก สูง 18 เมตร (อ้อ พระของธิเบตไม่เหมือนกับพระไทยนะคะ แต่อิชั้นเรียกไม่ถูกอ่ะเลยแทนด้วยคำว่าพระไป) เห็นว่าทำจากไม้ท่อนเดียว แกะสลักออกมาละเอียดมากทีเดียว

ส่วนนี่รู้สึกว่าจะใช้ทรายสีโรยสลับเป็นรุปอกมาอ่ะ สวยมาก และคนทำก้โคดเก่งเลย เพราะพลาดไปนิดเดียวทรายก็ผสมกันเละแหงๆ ตามด้วย 孔庙国子监 (ขงเมี่ยวกว๋อจื่อเจียน)

เป็นวัดขงจื้อและรร.ที่สอนพวกนร.ที่จะไปสอบจอหงวนอะไรพวกนี้

ป้ายขอพรเค่อะ

ฟ้าสวยอเกน กี๊ดดด

ลายมือที่แกะสลักสวยมาก สวยกว่าอิชั้นเขียนด้วยมือตัวเองอีก โฮกก สามารถมากๆ

ด้านในมีที่ประทับของฮ่องเต้ด้วย

ติดใจถังขยะ เก๋ไก๋มาก

ลายชื่อจอหงวนที่สอบได้ในยุคหยวนอ่ะ

สามรูปนี้ถ่ายด้านนอกระหว่างทางมาอ่ะ ตอนช่วงเย็นๆ ละ พระอาทิตย์กำลังจะตก

จากนั้นก็เดินไป 胡同 (หูท่ง) เป็นย่านชุมชนที่ยังคงสภาพเก่าๆ ไว้ หูท่งมีหลายที่มากๆ ที่ข้าเจ้าไป เป็นหูท่งที่อยู่ในระแวกไม่ไกลจากทั้งสองแห่งที่ข้าเจ้าไปอ่ะ เห็นว่ามีอีกที่ที่สวย แต่ไปไม่ทันเลยไปแค่นี้พอ

ทางเข้าดูใหม่หน่อย มีประตูแดงๆ กั้นไว้ มองผานประตูเข้าไปจะเห็นบ้านคนจีนที่ดูเก่าๆ โทรมๆ ซ่อนอยู่ด้านใน

ถนนสายนี้เป็นหูท่งอีกเส้นที่ตัวอาคารจะเป็นลักษณะแบบเก่า แต่ร้านค้าด้านในตกแต่งแบบสมัยใหม่ มีทั้งร้านขายของที่ระลึก เสื้อผ้า ของกิน บาร์ ฯลฯ

เสร็จจากนี้ก็ตรงดิ่งไปต่อที่ 王府井 (หวังฝูจิ่ง) ถนนชอปปิ้งพวกแบรนด์เนมและขายพวกของที่ระลึก

มีป้ายนับถอยหลังสู่โอลิมปิกด้วย ป้ายพวกนี้มีหลายที่มากๆ ในปักกิ่ง ป้ายตรงเลนกลางถนน ในใต้ดิน ฯลฯ

เป็นตรอกเล็กๆ ที่แทรกอยู่ระหว่างบรรดาร้านค้าแบรนด์เนม ตรอกนี้จะขายพวกของกินเล่น มีม้าน้ำ แมงป่องเสียบไม้ขายด้วย อี๋ ไม่รู้กล้ากินกันได้ไง และมีซอยขายพวกของที่ระลึก แต่อิชั้นอยู่อีกเป็นปี จะซื้อของฝากใครก็ต้องดองเก็บไว้เป็นปี เลยไม่ซื้อดีกว่า ใจอยากได้ชุดหมากรุกอ่ะ ตัวหมากเป็นรูปแกะสลักทหาร ฮ่องเต้ ม้า หอคอย ฯลฯ สวยดี แต่แพงอ่ะ ต่อไม่ได้อย่างใจเลยไม่เอา ฮา

เดินกันอยู่พักก่อนจะแยกย้ายกันกลับบ้าน วันต่อมาก็นอนเต็มที่ตื่นสายโด่ง ก่อนจะรีบร้อนเก็บเสื้อผ้าออกจากบ้านเพื่อนไปขึ้นรถไฟ กลับมาถึงหางโจวเช้าวันที่เก้า ก้ต้องมาจัดการอะไรต่อมิอะไรอีก เพราะเพิ่งย้ายบ้าน เหนื่อยโฮกเลยแหะ เป็นทริปที่เหนื่อยพอดู กลับมาขาเป๋ไปเล็กน้อย เพราะรีบกระโดดลงเกินไปอ่ะตอนลงจากกำแพงเมืองจีน

กว่าจะอัพเสร็จ แทบหมดแรงตายคาคอม โฮกกกกก

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เข้ามาครั้งแรกนะครับ แต่ขอแปะโป้งไว้ก่อน เดี๋ยวจะมาอ่านเมื่อตื่นนอนแล้ว

แอดไว้ก่อนละกัน

#1 By ก๋อง *~*$treet English *~* on 2007-10-11 06:01

ยาวป้า ดูแต่รูป อ่านไม่ไหวว่ะ แสบตา -*-

โคมไฟอ่า โคมแดง โฮกกกกกกก ชอบบบบบบบ

หมี...มีข่าวดีอ่ะ....






แก้มแกเล็กลง *-*

#2 By ::.::Taraki::.:: on 2007-10-11 08:42

ทดสอบความเร็ว firefox ที่เพิ่งปรับแต่งใหม่ จากคำแนะนำ บลอคที่สอนแต่งความเร็ว firefox

ผลปรากฏว่าเร็วโคตรๆเลยครับ

ไม่ว่ากันนะ เห็นว่าเอนทรี่นี้โหลดโหดดี เลยเอามาทดสอบ

#3 By ก๋อง *~*$treet English *~* on 2007-10-11 15:50

รีเฟรชหน้าบล็อกชั้นอีกทีนะคุณ แลวมันจะกลับสภาพเดิม

ส่วนภาพพื้นนั่น เราใช้เว็บอัพภาพของปิง ที่ไทยดูได้ไม่มีปัญหา ถ้าคุณดูแล้วไม่ขึ้น แสดงว่ามันเป็นที่เน็ทแกอ่ะหมี

ส่วนอืดไม่อืดเนี่ยไม่รู้ แต่พอรีเฟรชให้มันกลับสภาพเดิมมันก็ไม่อืดแล้วงิ

#4 By ::.::Taraki::.:: on 2007-10-11 21:31

ชอบม้าๆ ปักกิ่ง แกยังดีได้เดินทั่วกว่าเรา เราอะอยากเดินก็ไม่ได้ ช่างน่าอึดอัด

#5 By shinnemon (58.9.200.121) on 2007-10-19 22:45

มาเลี้ยว วันนี้ชั้นได้รับโปสการ์ดแม้วแล้วนะ อิอิ รุ่งนี้จะตอยให้น้า นี่ฉันเก็บทุกรูปเลยนะนี่ อ่านทุกตัวเลยด้วย แต่ยังอ่านไม่หมดเลยอ่า ใกล้แล้วแหละ แวะมาทิ้งข้อความก่อน confused smile ว่าแต่ทำไมวันนี้ไม่ออนอ่า

#6 By PL (203.118.100.208) on 2007-10-19 23:14

โห เยี่ยมมั่กๆเลยแม้ว อ่านแล้วเพลินมากมองเห็นภาพเลย รูปก็ถ่ายได้แนวดีจริงๆ อิจฉาจังได้ไปเที่ยวกับผิง&เล็กด้วยอ่ะ คิดถึงแม้วจัง Take care na ja.

#7 By ณัฐขาว 婕艺 (203.155.81.158) on 2008-04-22 11:40