[Travel]หวูเจิ้น..บ้านริมน้ำ
posted on 13 Dec 2007 15:43 by serene in Travelทริปใหม่เจ้าค่ะ(จริงๆ ก็ไม่ใหม่เท่าไหร่แล้ว เพราะมีทริปใหม่กว่าคือซีถัง) ไปหวูเจิ้น 乌镇 มาเน้ หวูเจิ้นเป็นหมู่บ้านที่อยู่ในเมืองใกล้ๆ กับหางโจวอ่ะ เดินทางไปประมาณชม.เศษถึงสองชม.ได้ แต่หนนี้ไปกับทัวร์เพราะถูกกว่านั่นเอง ค่าทัวร์ 100 หยวน หุหุ ค่าเข้าแพงน่าดู แค่ค่าบัตรเหมารวมก็ราคา 100 หยวนแล้ว นอกจากจะเป็นค่าบัตรผ่านประตูแล้ว ยังเป็นค่าเข้าชมพิพิธภัณฑ์เอย โรงย้อมผ้าเอย อะไรเอยในนั้นอีกด้วย แต่ถ้าไปกับทัวร์ ค่าเข้าแบบกรุ๊ปจะ 60 หยวน แปลว่าทัวร์ได้ค่ารถค่าไกด์ไป 40 หยวนนั่นเอง แต่ถ้าเราไปเองเกินร้อยแน่ๆ ก็เลยไปทัวร์
ถ้าจะซื้อแค่บัตรผ่านประตูธรรมดาก็ได้ (จำราคาไม่ได้ แต่ถูกกว่าแน่ๆ เพียงแต่ถ้าหากจะเข้าไปชมพวกพิพิธภัณฑ์เอย อะไรเอยข้างในต้องจ่ายอีกต่างหาก)
หนนี้คงเล่ารายละเอียดไม่เยอะเน้ เพราะแอบเลือนๆ ไปหลายแย้ว มิ้ววว.. (ทริปนี้ไปเช้าเย็นกลับ เพราะระยะทางไม่ไกลมาก และภาพถ่ายหนนี้ลองโหมดซีเปียกับขาวดำเน้ แต่ส่วนมากจะเป็นซีเปีย ไปดูเมืองเก่าๆ ก็ต้องเล่นซีเปียหน่อย งามกว่าถ่ายธรรมดาแยะ)
ดูๆ ไปแล้วหวูเจิ้นก็ให้อารมณืบ้านริมแม่น้ำเจ้าพระยาบ้านเราเลย ต่างกันแค่ลักษณะตัวบ้าน และมีสะพานโค้งๆ แบบจีนก้เท่านั้น ก็เลยไม่ค่อยตื่นตาตื่นใจเท่าไหร่
ลองขาวดำบ้าง ให้อารมณ์ต่างกันเลยเน้
อันนี้ซีเปียเค่อะ สองข้างทางเป็นบ้านบ้าง ร้านค้าต่างๆ บ้าง ตัวอาคารลักษณะเก่าๆ ส่วนมากก็มีไว้เพื่อให้นักท่องเที่ยวดูซะมากกว่า ข้างในบ้านคนจริงๆ มีอุปกรณ์เครื่องใช้ทันสมัยหมดแล้ว -"-
แสงมากเกินโดยไม่ตั้งใจ เลยทำให้ดูเหมือนภาพเก๊าเก่าเนอะ หุหุ
บ้านริมน้ำก็ต้องมีเรือ นั่งได้เค่อะ แต่เสียคนละหรือลำละ 80 หยวนนี่แหละ
ที่นี่ดังเรื่องผ้าย้อมอ่ะ บ้านหลังนี้จะสาธิตการทำผ้าย้อมของเขาให้ดู ผ้าสีขาวผืนยาว เอามากดให้เกิดลาย แล้วค่อยนำไปย้อมสีน้ำเงิน
น้ำยาย้อมผ้า
ผ้าที่ย้อมเสร็จแล้ว จะลายประมาณนี้อ่ะ
หน้าบ้านตากผ้าที่ย้อมเสร็จเป็นแผง
ตรอกซอกซอย
พวกอุปกรณ์ที่ใช้ทำผ้าย้อมทั้งหลาย
บ้านหลังนี้ถูกใช้ถ่ายทำหนังเรื่องนึงล่ะ 似水年华 (อิชั้นยังไม่เคยดูเน้ และยังไม่ได้หาข้อมูลอ่ะว่าเป็นหนังเกี่ยวกับอะไร) เขาจะแปะป้ายบอกไว้ตามจุดต่างๆ เลยว่าใช้ถ่ายฉากไหนในเรื่อง อย่างในรูปเป็นโต๊ะเขียนหนังสือของตัวละครเอกในเรื่อง
เหนือประตูทางเข้าบ้าน จะแกะสลักไว้อย่างสวยงาม พวกไม้แกะสลักที่นี่ก็งามมิน้อย
บ้านหลังนี้ก็ดังเรื่องแกะสลักไม้เน้ สวยและดูอ่อนช้อยมากๆ
ถ่ายโคมสวยๆ มาอีกแล้ว เหอๆ เก็บสะสมคอลเลคชั่นโคมไฟ (ไว้ว่างๆ จะคุ้ยรุปโคมทั้งหมดที่ถ่ายมาอัพเป็นคอลเลคชั่นดูสักที ก๊ากกก)
และที่ดังอีกอย่างก็คือ ที่นี่เป็นบ้านของนักเขียนใหญ่คนนึงในยุคปฏิวัติวัฒนธรรมของจีนเค่อะ ชื่อนามปากกาคือ 矛盾 (เหมาตุ้น) ที่เขียนเรื่อง 《子夜》 งึม จำได้ว่ามีแปลเป็นไทยแล้ว ชื่อไทยคือ "เที่ยงคืน" เน้
ครัวบ้านเหมาตุ้นเน้ ไกด์บอกให้สังเกตว่ามีเตาตั้งสามเตาแหนะ แปลว่าบ้านนี้ฐานะค่อนข้างดีเค่อะ
ร้านขายพู่กันจีน
ศาลเจ้าเต๋าเจ้าค่ะ ด้านในไม่ให้ถ่ายเลยได้แต่หน้าวัด เข้าไปไหว้พระและมีซินแสดูดวงให้นิดหน่อย เหอๆ
ป้ายชื่อวัด สังเกตเหนือป้ายจะมีลูกคิดอันโตติดอยู่ ไกด์เล่าแล้วแต่อิชั้นลืมไปแย้วว่าทำไม แหะๆ
เวทีแสดงงิ้ว ยกพื้นสูงมากกก
อ้วนอืดขึ้นทุกวัน หน้าหนาวสะสมพลังงานและไขมันกันยกใหญ่ เอิ้กก ถ้าไม่กลับไทย อิชั้นคงอ้วนอืดกลมกลิ้งแหงแซ่ะ อ๊ากกกกกก
ชอบรูปนี้ ดูธรรมชาติดี เหอๆ มานั่งซักผ้ากันท่าน้ำหลังบ้านนี่แล หุหุ
ขายของกินเล่นเน้
ประตูเก่า พร้อมที่จับสวยคลาสสิคดี ฮ่าฮ่า
คุ้นๆ ชิมิ? ป้าย "ฝู๋" แปลว่าความสุข แปะไว้หน้าประตูบ้านเพื่อเรียกความสุขเข้ามาเน้ แต่บางทีก็แปะกลับหัวได้เช่นกัน เรียกว่า "ฝู๋เต้า" แปลว่าความสุขมาเยือนนั่นเอง
เหมือนริมเจ้าพระยามะ? หุหุ
เขากำลังเหลาหวีเขาควายเน้ น่าจะเคยเห็นกันนะ
ร้านค้าข้างทาง
เวทีโชว์ศิลปะการต่อสู้จีน พวกกังฟูอะไรทำนองนั้น เวทีลอยน้ำ ฮ่าฮ่า ถ่ายตอนเขาโชว์ไม่ทันอ่ะ เขาพักซะก่อน
เสร็จจากหวูเจิ้น ไกด์ก็พาไปแวะซื้อของตามระเบียบ พาไปแวะห้างขายผ้าไหมอ่ะ ได้ข่าวว่าไอ่ห้างนี่อยู่แถวๆ บ้านตรู เหอๆ ไม่แวะที่ร้านแถวหวูเจิ้น แต่พากลับมาแวะที่หางโจวซะงั้น ขอบคุณ
ไม่เคยมา ก็เลยแวะเข้าไปดูเล่นสักหน่อยละกัน หุหุ
เขาใช้เครื่องจักรในการเลาะตัวไหมออกจากรังไหม แล้วสาวไหมออกมาเป็นม้วนๆ เลย บ้านเรายังต้องใช้แรงงานคนค่อยๆ ดึง เลยผลิตผ้าไหมได้น้อย ของจีนใช้เครื่องเลยผลิตได้เร็วและแยะมากๆ
รังไหมที่ถูกสาวเส้นไหมไปเกือบหมดแล้ว เขาก็ไม่ทิ้ง เก็บไปทำอย่างอื่นต่ออีก
ไหมบ้านเราเอามาทอเป็นผืน แล้วตัดเป็นเสื้อผ้า แต่ของจีนนอกจากพวกเสื้อผ้า ผ้าพันคอ บลาบลา แล้ว เขาเอาไปยัดผ้าห่มกับหมอนอ่ะ ผ้าห่มยัดไหมเนียวและอุ่นกว่าพวกที่ยัดนุ่มหรือใยสังเคราะห์มากๆ
ผ้าปูเตียงก็ผ้าไหมเค่อะ
ผ้าห่มเอย หมอนเอย ขายเพียบ อุ่นจริงๆ นะ โดยเฉพาะเวลานอนแล้วร่างกายเสียดสีกับผ้าจะยิ่งอุ่น แอบอยากได้ แต่จะซื้อมาก็ดูไม่คุ้ม แพงอ่ะ แล้วอยู่จีนแค่สองปี สองหนาวเอง กลับไทยก็ไม่ได้ใช้แล้ว เหอๆ
ปิดท้ายด้วยเครื่องทอผ้าที่ตั้งโชว์ เสียดายแอบเบลอ งึม
ชั้นหนึ่งของห้างขายพวกผ้าห่ม ผ้าปูเตียง หมอน ชั้นสองขายพวกเสื้อผ้า มีแฟชั่นโชว์ชุดผ้าไหมให้ดูด้วย หุหุหุ แต่
ปล.อีกไม่กี่วันจะรีบแปะเซ็ตที่ไปซีถังนะเค่อะ จะได้จบๆ ทริปไป จริงๆ แอบหนีไปเที่ยวเซี่ยงไฮ้มาด้วยแหละ แต่ได้พกกล้อง ใช้มือถือถ่ายไว้นิดหน่อย งั้นไม่นับละกันเนอะ เหอๆ อืม..จริงๆ ซีถังก็อารมณ์ประมาณเดียวกันกับหวูเจิ้นเลย แต่ในความคิดอิชั้น ซีถังดูสวยกว่า ดูธรรมชาติกว่า ไม่เฟคเท่าหวูเจิ้น เพราะหวูเจิ้นดูเหมือนตั้งใจทำให้นักท่องเที่ยวดูซะมากกว่า ไม่เหมือนซีถังที่คนก็ใช้ชีวิตอยู่ในนั้นจริงๆ เหอๆ









#1 By Hanriver on 2007-12-13 23:25