[SF] Fairy Tale : เทพนิยายอลวน สไตล์ Super Junior
posted on 18 Jan 2008 03:32 by serene in FanFictionWarning : ฟิคเรื่องนี้บ้าและรั่วอย่างแรง แต่ถ้ายังอยากลองล่ะก็ เชิญเลยค้า
[SF] Fairy Tale : เทพนิยายอลวน สไตล์ Super Junior
Author : SeReNe~
Type : Short Fiction
Paring : เอ่อ อ่า โยงความสัมพันธ์ไม่ถูกเค่อะ เพราะมันอลเวงอลวนจัด เอิ้กก ใครมีปัญญาก็ระบุเอาเองละกัน วะฮ่าฮ่า
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีสามีภรรยาคู่หนึ่งอาศัยอยู่นอกเมืองติดกับคฤหาสถ์หลังใหญ่ของ "พ่อมดฮันคยอง" ตัวภรรยากำลังตั้งครรถ์และเริ่มแพ้ท้อง
วันหนึ่งขณะยืนอยู่ข้างหน้าต่าง สายตามองข้ามกำแพงสูงไปเห็นพ่อมดกำลังรดน้ำแปลงต้นผักกาดอยู่ ต้นผักกาดลูกโตอวบเป็นกลีบสวย ก็พลันรู้สึกอยากลิ้มลองเป็นกำลัง จึงร้องขอต้นผักกาดจากพ่อมด
..แต่พ่อมดกลับปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย..
หลังจากนั้นภรรยาก็เริ่มเบื่อหน่ายอาหาร อยากกินแต่ผักกาดของพ่อมด ตัวสามีเห็นภรรยาซูบผอมลงทุกวันๆ ในที่สุดก็ทนสงสารไม่ไหว จึงพยายามไปอ้อนวอนพ่อมด ไม่ว่าจะขอซื้อหรือแลกด้วยอะไร พ่อมดก็ไม่ยินยอม
คืนหนึ่งสามีทนเห็นภรรยาทุกข์ผ่ายผอมไม่ได้ อีกทั้งยังกลัวว่าลูกในครรภ์จะมีอันเป็นไปเสียก่อน จึงลักลอบปีนกำแพงเข้าไปเด็ดต้นผักกาดมาให้ภรรยากิน เมื่อภรรยากินแล้วก็รู้สึกสดชื่นขึ้นและอยากอาหารเหมือนเดิม
ทว่าพ่อมดจับได้ว่าสามีขโมยต้นผักกาดสุดหวงของตน จึงยืนข้อแม้ให้ยกลูกที่กำลังจะคลอดแก่พ่อมด สองสามีภรรยามิรู้จะทำประการใด ได้แต่ทำตามที่พ่อมดบัญชา เด็กน้อยที่คลอดออกมานั้นเป็นผู้หญิง
พ่อมดมารับไปตั้งแต่ยังแบเบาะ ให้ชื่อว่า "ราพุนซิน" และพาไปเลี้ยงไว้บนหอคอยกลางป่า หอคอยนี้มีทางเข้าออกเพียงทางเดียวคือหน้าต่างซึ่งอยู่สูงจากพื้นดินเป็นอันมาก
เวลาผ่านไป ราพุนซินเติบโตขึ้นเป็นสาวน้อยหน้าตางดงาม มีเส้นผมสีดำขลับยาวสลวย ทุกๆ สองวันพ่อมดจะนำอาหารมาให้ เมื่อมาถึงตีนหอคอยก็จะร้องเรียกให้ราพุนซินปล่อยผมซึ่งถักเป็นเปียยาวออกไปนอกหน้าต่าง จากนั้นพ่อมดฮันคยองซึ่งคลุมผ้าสีดำผืนโต มือนึงหอบตระกร้าใส่อาหาร อีกมือก็พยายามปีนเส้นผมที่ถักเป็นเกลียวต่างเชือกขึ้นหอคอย
เป็นเยี่ยงนี้เรื่อยมา จนกระทั่งวันหนึ่ง "เจ้าชายซีวอน" หลงป่าขี่ม้าขาวผ่านมาทางหอคอย แอบเห็นพ่อมดตะโกนเรียกราพุนซิน รวมทั้งเห็นความงดงามของราพุนซินจึงตกหลุมรักเข้า วันหนึ่งได้โอกาสเหมาะจึงแสร้งเลียนเสียงพ่อมดหลอกราพุนซินให้ปล่อยเส้นผมลงมา จึงปีนขึ้นไปบนหอคอยสำเร็จ
ราพุนซินไม่เคยพบชายอื่นนอกเหนือไปจากพ่อมด อีกทั้งเจ้าชายซีวอนก็มีรูปร่างหน้าตาหล่อเหลาและสง่างาม จึงตกหลุมรัก ทั้งคู่ครองรักกันโดยปิดเป็นความลับไม่ให้พ่อมดรับรู้ จนวันนึงพ่อมดจับได้คาหนังคาเขา ขณะที่ราพุนซินกำลังโช๊ะเด๊ะ(?)กับเจ้าชาย
พ่อมดคิดจะทำร้ายราพุนซิน แต่เจ้าชายซีวอนออกมาช่วย เมื่อพ่อมดและเจ้าชายได้สบตากันแว่บแรก พ่อมดก็พลันตกหลุมรักเจ้าชายเข้าอย่างจัง จึงตัดสินใจร่ายมนต์มหาระรวยเป็นภาษาจีนตามชาติกำเนิดให้เจ้าชายรักหลงตนเองยิ่งขึ้นๆ
เจ้าชายซีวอนไม่ได้ตกบ่วงมนต์ แต่ดันมึนเพราะฟังไม่ออก เลยหน้ามืดปล้ำพ่อมดเข้า ส่วนราพุนซินก็ถูกผลักตกหอคอยไปข้อหาเป็นก้างขวางคอ แต่ด้วยฤทธิ์หึงหวงทั้งตัวเจ้าชายและพ่อมด พูดง่ายๆ ก็คือราพุนซินเหมาสองเจ้าคะ ฝาละมีสองพระหน่อหันมาโช๊ะเด๊ะกันเอง น้องซินเลยทนไม่ด๊ายยยย จึงทำให้ราพุนซินเกาะขอบหน้าต่างไว้แน่น พยายามจะปีนกลับเข้าไปขัดขวางพ่อมดและเจ้าชายมิให้ครองรักกันสำเร็จ
เคราะห์ร้ายที่ "พรานป่าคังอิน" ผ่านมาพอดี และเผลอตัวกระชากผมราพุนซินซึ่งห้อยยาวลงมาด้วยความไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ราพุนซินเลยตกหอคอยหล่นปุบนอ้อมอกพรานคังอิน
พรานป่าเห็นสาวน้อยแสนงามหล่นปุลงมาก็อุทานลั่นด้วยตวามยินดีรีบอุ้มพาวิ่งกลับบ้านทันที เมื่อไปถึงบ้านพรานป่าคังอินแล้ว ราพุนซินก็พบหน้า "อีทึก" เมียของพรานป่ายืนถือสากกะเบือเฝ้ารอผะอัวกลับบ้านอยู่หน้าประตู
อีทึกหันไปเห็นราพุนซินในอ้อมกอดของพรานป่าคังอิน ไม่ฟังอิร้าค้าอิรามลมเพชรหึงอาละวาดขึ้นมา เขวี้ยงสากในมือขวาใส่หัวผะอัวจอมหลีทันที จากนั้นมือซ้ายก็คว้าอีโต้จะไล่ฟันราพุนซิน ราพุนซินเห็นดังนั้นสารอะดรีนาลีนหลั่งสั่งตัวเองให้รีบกระโจนลงจากอ้อมอกพรานป่า ถลกกระโปรงวิ่งโกยป่าแล่บ
กลับไปทางหอคอย หลังจากหน้ามืดปล้ำพ่อมดไปแล้ว เจ้าชายซีวอนก็ชักเสียใจ เพราะเริ่มทนฤทธิ์รักแรงหึงพ่อมดไม่ไหว เล่นไม่ยอมให้ออกจากหอคอยเลย จะกลับวังก็ไม่ยอมให้ไป เจ้าชายซีวอนจึงตัดสินใจจะหนี!
วันหนึ่งก็เห็น "สาวน้อยบ้านนาทงเฮ" กำลังเดินเล่นกินลมชมวิวในป่า ที่จริงแล้วสาวน้อยด๊องกำลังแอบหนีพ่อไปหาคู่รัก "หนุ่มบ้านไร่คิบอม" อยู่ แต่บังเอิญผ่านมาแถวหอคอยที่เจ้าชายซีวอนโดนพ่อมดจับขังอยู่ พอทงเฮเห็นความหล่อของเจ้าชายบวกกับแพ้แรงตื้อแรงอ้อนของเจ้าชายไม่ไหว จึงไปหาบันไดมาช่วยเจ้าชายจากหอคอย
พอช่วยออกมาได้ สาวด๊องก็พาเจ้าชายหลบไปพักที่บ้านของตน คืนนั้นเลยกุ๊กกรู้(?) ใครเสร็จใครไม่รู้ได้ พอถึงตอนเช้า พ่อหนุ่มบ้านไร่คิบอมคู่รักสาวด๊องเห็นว่าเมื่อวานสาวเจ้าเบี้ยวนัด เลยแอบลักลอบเข้าหา แต่พอมุดมุ้งสาว ดันเจอเจ้าชายซีวอนกับสาวด๊องกำลังกกกันอยู่ จึงถูกซีวอนจับกดอีกคน สามคนเลยชุลมุนวุ่นรักกันเป็นที่สนุกสนาน
เจ้าชายรู้สึกซาบซึ้งในความมีน้ำใจของสาวด๊องและติดใจหนุ่มคู่รักนั่นด้วย จึงคิดจะพากลับวังของตน พอใกล้เช้า ทั้งสามคนเลยแอบหนีพ่อด๊องออกจากบ้าน เดินทางกลับเมืองเจ้าชาย
ย้อนกลับไปที่ราพุนซิน หลังจากหนีตายอีโต้ลมเพชรหึงของอีทึกมาแล้ว ก็เดินทางระหกระเหินต่อไป เสื้อผ้าโดนหนามเนิ่มเกี่ยวขาด หน้าตาเลอะเทอะคลุกฝุ่นดูไม่ได้ ไม่นานก็ไปเป็นลมสลบอยู่ริมทะเล
บังเอิญมีเรือของ "โจรสลัดซงมิน" แวะจอดอยู่ โจรสลัดหนุ่มน้อยลงมาเดินเล่นเจอราพุนซินสลบอยู่ สงสารจึงพาขึ้นเรือ
เวลาผ่านไปพักใหญ่ ราพุนซินก็เริ่มรู้สึกตัว พอลืมตาขึ้นก็พบว่าตัวเองกำลังอยู่ในเรือซึ่งลอยเท้งเต้งอยู่กลางทะเล มองไม่เห็นฝั่ง ตกใจและกลัวมาก แต่พอเห็นหน้าแอบแบ๊วของโจรสลัดซงมินเข้าก็เลยเลิกกลัว ตัวโจรสลัดเองเมื่อเห็นว่าราพุนซินฟื้นแล้วก็พาไปอาบน้ำอาบท่า กินอาหาร และพาชมเรือ
เมื่อลงไปถึงใต้ท้องเรือก็เห็นพรานป่าคังอินซึ่งหนีเมียมาแอบเข้า พรานป่ากำลังจะโดนเหล่าลูกน้องโจรสลัดจับโยนลงทะเล ราพุนซินเห็นดังนั้นรู้สึกสงสารเลยอ้อนวอนโจรสลัดซงมินให้ช่วยพรานป่า ถือว่าตอบแทนที่ช่วยรับตัวไว้ตอนตกจากหอคอย หารู้ไม่ว่าโจรสลัดซงมินก็แอบปิ๊งพรานป่าคังอินนิดๆ จึงตัดสินใจยอมช่วยชีวิตพรานป่าไว้
ตกดึกคืนนั้นพรานป่าคังอินบุกเข้าหาโจรสลัดน้อย โจรสลัดซึ่งปกติก็เรี่ยวแรงแยะดี แต่เพราะแอบสนใจพรานป่าอยู่นิดๆ บวกกับพ่ายแพ้รัศมีความม้อของตาพรานป่า ทำให้โจรสลัดน้อยเผลอตัวเผลอใจหลงกลเข้า คืนนั้นโจรสลัดซงมินก็ตกเป็นของตาพรานป่าขี้หลีไป
คืนนั้นระหว่างที่พรานป่าลอบเข้าห้องโจรสลัด ราพุนซินนอนไม่หลับ จึงออกมาเดินเล่นรับลมบนดาดฟ้าเรือก็ได้ยินเสียงเพลงลอยแว่วมาตามลม เสียงหวานไพเราะมากจนราพุนซินติดใจ มองตามหาที่มาของเสียงก็พบกับ "เงือกสาวรยอวุค" ที่กำลังว่ายน้ำเล่นพร้อมกับร้องเพลงอยู่ท่ามกลางแสงจันทร์จึงชวนคุยและชักชวนขึ้นเรือ
ยังไม่ทันที่ราพุนซินจะโยนเชือกลงไปดึงเงือกสาวขึ้นมา ก็พลันเกิดคลื่นยักษ์ถาโถมเข้าใส่ เรือโจรสลัดเอียงวูบ ราพุนซินจึงเซถลาล้มตกจากเรือไปโดยไม่ทันตั้งตัวและไม่มีใครเห็น
ส่วนเงือกเรียววุคนั้นหันไปมองต้นเหตุของคลื่นยักษ์ก็พบ "คนครึ่งปลาหมึกยักษ์ชินดองซูล่า" กำลังอาละวาดพยายามทำให้เรือของ "เจ้าชายเยซอง" ซึ่งลอยห่างออกไปไม่มากนักคว่ำด้วยความโมโหจัด เพราะเจ้าชายดันบังอาจปฏิเสธรักของหมึกยักษ์ชินดองซูล่าเข้าอย่างไม่กลัวตาย
เงือกน้อยเรียววุคเองก็มักจะว่ายขึ้นมาแอบมองเจ้าชายอยู่เสมอยามที่เจ้าชายแล่นเรือเล่น ดังนั้นเมื่อเห็นร่างของเจ้าชายเยซองร่วงหล่นจากเรือ จึงตกใจมากรีบว่ายเข้าไปช่วยเหลือและพาไปเกยตื้นริมฝั่ง เมื่อเจ้าชายเยซองฟื้นก็รู้สึกซาบซึ้งในบุญคุณของเงือกน้อย อีกทั้งยังแอบตกหลุมรักเงือกน้อยเรียววุคเข้า จึงตัดสินใจอุ้มเงือกน้อยพากลับวังด้วย และสร้างสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ภายในวัง เพื่อให้เงือกเรียววุคอาศัย
ย้อนกลับไปทางอีทึกหลังจากเลือดขึ้นหน้าคว้าอีโต้วิ่งไล่ฟันพรานป่าคังอินสามีตัวเองที่กล้าดีพาสาวเข้าบ้านจนเหนื่อย จึงเดินกลับบ้านตัวเอง ระหว่างทางก่อนถึงบ้านอีทึกพบเจ้าหมาน้อยตัวผอมซูบนอนหมดแรงด้วยความหิวโหยอยู่ข้างทาง อีทึกสงสารจึงพาเจ้าหมาน้อยกลับบ้านด้วย จากนั้นก็เอาอาหารให้กินจนอิ่มหนำสำราญและจัดเบาะนุ่มไว้ให้นอน ตั้งใจจะเลี้ยงไว้เป็นเพื่อนแทนสามีจอมเจ้าชู้ที่ไม่รู้วิ่งหนีหายไปถึงไหนๆ แล้ว จึงหาปลอกคอให้ใส่และตั้งชื่อว่า "คยูฮยอน"
เช้าวันรุ่งขึ้นอีทึกก็ต้องตกตะลึงหนักเมื่อออกจากห้องนอนมาพบหนุ่มน้อยคนนึงนอนอยู่บนฟูกแทนที่เจ้าหมา แถมยังใส่ปลอกคอที่เมื่อคืนอีทึกสวมให้เจ้าหมาน้อยคยูฮยอนเองกับมือ นี่ก็แปลว่าเจ้าหมาน้อยแปลงร่างเป็นคนนั่นเอง อีทึกตกใจมากที่หมากลายร่างเป็นคนได้จึงตั้งใจจะไล่ออกจากบ้านแต่พอสบตาแป๋วๆ ของเจ้าหมาน้อยในร่างคนเข้าก็ใจอ่อนยวบ ยอมให้อยู่ในบ้านต่อไปและเลี้ยงดูอย่างดี
ต่อไปลองไปดูทางสามคนชู้ชื่นกันบ้างดีกว่า เจ้าชายซีวอน สาวบ้านนาทงเฮ และหนุ่มบ้านไร่คิบอมได้ออกเดินทางไปจนกระทั่งถึงเมืองของเจ้าชายซีวอน
พอไปถึงประตูเมือง มหาดเล็กประจำพระองค์ของเจ้าชายซีวอน “ฮยอคแจ” ก็วิ่งถลาน้ำตานองหน้าออกมากอดขาเจ้าชายแน่น รำพันพิลาปที่เจ้าชายทอดทิ้ง(?)หายหน้าหายตาไปเสียนาน หลังจากประกาศเปรี้ยงว่าจะออกไปตามหาเจ้าสาวมาแต่งงานด้วยสักที เพราะเจ้ามหาดเล็กไม่ยอมร่วมวงปาร์ตี้สุดสวิงกิ้งริงโก้(?)ของเจ้าชาย ทั้งคู่ปลอบโยนกันอยู่หน้าเมืองสักพักก็เข้าใจกันดีถึงรสนิยมของเจ้าชาย มหาดเล็กก็ยอมรับในที่สุดเพราะทนเสียเจ้าชายไปไม่ได้แล้ว ทั้งหมดก็พากันเดินทางเข้าวังไป
คืนนั้นเจ้าชายก็เลยถือโอกาสเรียกมหาดเล็กคนสนิทเข้าร่วมวงปาร์ตี้สุดสวิงกิ้งริงโก้กับสาวบ้านนาทงเฮกับหนุ่มบ้านไร่คิบอม ถือเป็นการปลอบโยนข้อหาทอดทิ้งให้อ้างว้างเสียนาน และแล้วทั้งสี่ก็ครองรักกันอย่างแฮปปี้เอนดิ้ง
ส่วนเรื่องเจ้าสาวอะไรนั่น เมื่อพระราชาถามถึง เจ้าชายซีวอนก็ชี้กราดไปที่สามคนนั่น แถมเหล่านางกำนัลมหาดเล็กอีกนิดหน่อยด้านหลัง แล้วถามเสด็จพ่อกลับว่า “ไม่พอรึพะย่ะค่ะ?” พระราชาลมตีใส่แล้วเลิกพูดเรื่องเจ้าสาวอีกเลย
กลับไปทางราพุนซินที่ท่าทางชีวิตจะเข้าสู่ช่วงพระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก ราหูอมจันทร์ปะทะสุริยคราส เพราะอุปสรรคคนานนัปการถาโถมเข้าใส่ไม่ยั้ง (เอ่อ ถึงไหนแล้ว อ้อ..) หลังจากร่วงลงจากเรือราพุนซินก็ถูกกระแสคลื่นเพราะอิทธิฤทธิ์หมึกยักษ์ชินดองซูล่าซัดกลับไปที่ฝั่งเดิม
ราพุนซินโซซัดพเนจรเดินกลับไปถึงบ้านพรานป่า ไปเคาะประตูขอความช่วยเหลือจากอีทึก ซึ่งก็ให้ความช่วยเหลือแต่โดยดี คือทั้งคู่เป็นโรคความจำเสื่อม ไม่ก็ราพุนซินคงโทรมจัดจนจำไม่ได้ หรือไม่ก็คงเพราะสาวเหงาผัวหนีสองคนมาเจอกัน ปรับทุกข์กันไปมา สุดท้ายก็เลยตกลงใจใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน อ้อ มีน้องหมาน้อยคยูฮยอนอีกตัว
วันนึง น้องหมาน้อยคยูฮยอนเริ่มทนไม่ไหวที่สองป้าแก่ไร้สะมี ใช้แรงงานทาส(?)น้องหมาน้อยอย่างไม่บันยะบันยัง น้องคยูเลยตัดสินใจหนี!
น้องหมาคยูหาจังหวะที่สองสาวนอนสลบเหมือดด้วยความเหนื่อยจัด(?) ลากสังขารอันทรุดโทรมหนีออกจากกระท่อม ลัดเลาะไปตามชายฝั่งจนไปถึงปราสาทของเจ้าชายเยซองเข้าโดยบังเอิญ ส่งสายตาปิ๊งๆ ใส่จนเจ้าชายเยซองใจอ่อนรับเข้าวังไปอยู่ด้วย
น้องหมาคยูตั้งแต่เข้าวังไปก็สนิทสนมเป็นกันดีกับเงือกสาวรยอยุค เวลาออกไปวิ่งเล่นนอกวังก็ชอบเก็บเรื่องราวภายนอกมาเล่าให้เงือกน้อยผู้น่าสงสารที่วันๆ ก็ได้แต่นั่งจับเจ่าอยู่ในสระว่ายน้ำนั่นฟัง ระหว่างที่เจ้าชายออกไปแล่นเรือยั่วสวาทหมึกยักษ์ชินดองซูล่า
มีอยู่วันหนึ่งเจ้าชายเยซองออกไปล่องเรือยั่วสวาทตามปกติ(?) จริงๆ ที่ปฏิเสธให้สาวไล่ตามนั่น มันก็เป็นแค่กลเม็ดพิชิตใจสาวบทนึงของเจ้าชายเยซองน่ะแหละ หารู้ไม่ว่าระหว่างที่ตัวเองไปกิ๊กกับหมึกยักษ์นั้น น้องหมาคยูกับเงือกน้อยก็ตึ่งตึงตึ้ง(?)กันเพราะความเหงาหงอยและอารมณ์พาไป (น่านนน จะออกมาสปีชีย์ไหนวะ หมากับปลา เอิ้กกก)
มาวันนึงเจ้าชายเยซองจับได้ ด้วยความโมโหจึงจับน้องหมาคยูขึ้นเรือแล้วไปโยนทิ้งลงกลางทะเล ส่วนเงือกน้อยรยอวุคก็ไม่ได้ทอดทิ้งไปไหน แต่เพื่อเป็นการลงโทษจึงรับหมึกยักษ์ชินดองซูล่าเข้าวังอย่างเป็นทางการ ขยายพื้นที่วังยื่นออกไปในทะเล สร้างวอเตอร์เวิร์ลขนาดใหญ่ยักษ์ขึ้น หลังจากนั้นก็ครอบครองวังวอเตอร์เวิร์ลกับเผ่าพันธุ์ใต้น้ำอย่างสุขีสโมสร
ทางน้องหมาคยูที่ว่ายน้ำป๋อมแป๋มไปมาอยู่กลางทะเล จนไปเจอเรือของโจรสลัดซงมินเข้า (สรุปทะเลมีแค่นั้น ว่ายชนกันไปมาอยู่ได้) โจรสลัดกับพรานป่าคังอินที่ครองรักกันดีอยู่ก็รับน้องหมาขึ้นเรือ
คืนนั้นระหว่างที่โจรสลัดกับพรานป่ากำลังวิเคราะห์เส้นทางเรือ(?)กันตามลำพังในห้อง น้องหมาน้อยซึ่งเดินผ่านหน้าหน้าห้องพอดี ก็ได้ยินเสียงแปลกประหลาดแว่วออกมา จึงแอบลักลอบเข้าห้องไปร่วมวงด้วยหน้าตาเฉย (อ๊ายยย น้องหมาเปี๋ยนไป๋)
หลังจากนั้นเรือโจรสลัดซงมินก็เปลี่ยนชื่อใหม่เป็นเรือสามโจรสลัด ธงสัญลักษณ์ยังเป็นรูปกระโหลกมีกระดูกไขว้เหมือนเดิม แต่แถมรอยปั้มลายอุ้งตีนหมาบวกหมีประทับไว้ข้างๆ และแล้วสามโจรสลัดก็ล่องเรือสำรวจเส้นทางไปค้นหาขุมสมบัติกันอย่างมีความสุข
ย้อนกลับไปอีก(รอบที่เท่าไหร่) เช้าวันต่อมาหลังจากน้องหมาคยูหนีออกกระท่อมน้อย สองป้าแก่ตื่นมาก็ตกอกตกใจ ร้องห่มร้องไห้ด้วยความเสียดายที่น้องหมาหนีไป หลังจากปรึกษากันไปมา สุดท้ายราพุนซินก็เสนอความเห็นชวนอีทึกให้กลับไปหาพ่อมดฮันคยองด้วยกัน เพราะราพุนซินชักหวาดผวา ตั้งแต่ผลัดหายจากพ่อมดเป็นต้นมา เคราะห์ซ้ำกรรมซัดกับชีวิตไม่หยุดหย่อน ท่าจะเป็นเพราะพ่อมดมีอิทธิฤทธิ์เวทมนต์ หรือไม่ก็ดวงถูกโฉลกกันอย่างแรงก็เลยอยู่อย่างมีความสุขมาตลอด เอ๊ะ หรือเจ้าชายซีวอนเป็นตัวพาเคราะห์ร้ายมาใส่
หลังจากฝังคำโฆษณาชวนเชื่อของราพุนซินมากๆ เข้า อีทึกก็ชักคล้อยตาม ในที่สุดสองสาวก็ปิดบ้านแล้วเดินทางไปที่หอคอยพ่อมดทันที พอไปถึงตะโกนเรียกก็แล้วแต่ไม่มีใครตอบรับ ราพุนซินเดินวนรอบหอคอยก่อนจะเจอป้ายผุๆ ที่หักล้มอยู่ในกอหญ้าใต้หอคอยเขียนว่า “หมดสัญญาเช่า เซ้งต่อ” พร้อมเขียนชื่อที่อยู่ติดต่อของพ่อมดฮันคยองไว้ สองสาวจึงเดินทางต่อไปที่บ้านพ่อมดฮันคยอง
เมื่อไปถึงบ้านพ่อมดที่กำลังเหี่ยวเฉาอยู่ตามลำพัง พอเห็นมะเมียเก่ายังมีชีวิตรอดกลับมาก็ดีอกดีใจ ทำเนียนลืมเรื่องที่ตัวเองผลักราพุนซินตกหอคอยไป เพราะหน้ามืดอยู่กับเจ้าชายซีวอนเสียสนิท จากนั้นทั้งเปิดบ้านจัดปาร์ตี้ต้อนรับสองสาวอย่างเอิกเกริก
คืนนั้นหลังปาร์ตี้สิ้นสุด กลางดึกดื่นได้ยินเสียงครวญครางด้วยความเจ็บปวดสลับกับเสียงแส้ฟาดควับๆ ดังลอดมาจากห้องใต้ดินของพ่อมดฮันคยอง ท่ามกลางแสงไฟ สองสาวในชุดหนังรัดรูปสีดำ คนนึงถือแส้ม้า อีกคนถือเทียน ส่วนพ่อมดฮันถูกโยงมัดขึงไว้ข้างกำแพง แผงหน้าอกเต็มไปด้วยรอยแผลจากแส้ม้าและหยดน้ำตาเทียน
อ้า~ที่แท้พ่อมดฮัน ราพุนซินกับอีทึกก็เป็นพวกเอสเอ็มนี่เอง มิน่าล่ะถึงต้องไปเช่าหอคอยอยู่กลางป่า คงเพราะกลัวเสียงจะเล็ดลอดออกไปให้คนอื่นได้ยินนั่นเอง แบบนี้คงต้องโฉลกกันดีแท้ หุหุ
THE END (จบดีกว่า ก่อนที่จะไม่เป็นผู้ไม่เป็นคนไปกว่านี้ เอิ้กก)
PS. ฟิครั่วๆ บ้าบอขั้นวิกฤตที่แต่งไว้นานมากกกกกกกก เป็นปีกระมัง ตั้งกะตอนรั่วในเอ็มกับอิงอิง รู้สึกจะเป็นช่วงซิงเกิลยูมั้ง ซินสาวแตก ผมยาวงามอย่างแรงเลยก่อเกิดความบ้าเยี่ยงฉะนี้ รู้สึกตอนแต่งน้องโจจะเพิ่งเข้าวงไม่นานด้วยมั้ง วันนั้นรั่วในเอ็มไปทีละนิดแล้วก็แต่งเก็บไว้ด้วย กะเอาฮา แต่รั่วไม่จบในเอ็มก็เลยแต่งต่อไม่จบ
เขียนไปได้ถึงตอนเจ้าชายซิวอนพาสาวด๊องกับหนุ่มบอมกลับวัง แล้วก็ค้างเติ่ง ไม่มีอารมณ์รั่วพอจะแต่งต่อให้จบ สุดท้ายท่าจะบ้าจัด ไม่ก็เก็บกดขั้นวิกฤต เมื่อวานนั่งอ่านหนังสือท่องศัพท์จีนที่จะสอบวันนี้จนหน้ามืดตามัว แล้วเปิดเรื่องนี้ขึ้นมาโดยบังเอิญ พอต่อไปได้สองคำฟิลก็ไหลพรวดพราดแบบเบรกแตก
ผลก็เลย..ป่วยหนัก..
อย่าเอาอะไรมากกับฟิคนี้เลยนะเค่อะ อ่านเอาฮา คิดซะว่าคนแต่งเครียดจัดเลยระเบิดลงโครมละกัน ว่ะฮ่าฮ่า (เอ๊ะ หรืออ่านแล้วยิ่งเครียดแทน เพราะคนแต่งบ้าเกินเยียวยา)
ปล.อีกนิด ทำไมหลังๆ ตรูหื่นแตกเลยวะ? แต่ไม่ติดเรทนิ โหะๆๆ
Question : ตกลงเรื่องนี้ ยำเทพนิยายไปกี่เรื่อง และเหมาไปกี่คู่ ?? ฮ่าฮ่า ใครทำชาร์ตความสัมพันธ์ได้เนี่ย ยกถ้วยให้เลย คนแต่งเองยังมึน ก๊ากกกก








=____________=
แต่ละชื่อ ทำไปได้ ฮ่าๆๆๆ
เคยอ่านก๊าบฟิคริกมิกอ่า
เอาป่ะ เซฟไว้อ่า
แต่ว่าไม่จบนะ โฮกกกกกกก
TTOTT~~
คนแต่งหายไปแหล่ว~
#1 By 【☆ EvE ♥ Kazunari ☆】 on 2008-01-18 21:15